คืนที่ตู้คอนเทนเนอร์น้ำเข้า: ทำไมผู้ขาย FOB ไม่ต้องรับผิด แต่ผู้ซื้อกลับเรียกร้องค่าเสียหายไม่ได้?
จากกรณีข้อพิพาทความเสียหายของเฟอร์นิเจอร์ไม้ วิเคราะห์ว่าจุดโอนความเสี่ยงตามอินโคเทอมส์ส่งผลต่อการเรียกร้องค่าสินไหมอย่างไร พร้อมสอนเลือกระดับประกันภัยและขั้นตอนเรียกร้องค่าเสียหายสี่ขั้นตอน
คุณสมชายเจ้าของกิจการ “ล้านนาวูดอาร์ต” ในเชียงใหม่ ส่งออกโต๊ะอาหารไม้สักไปให้ผู้นำเข้าเฟอร์นิเจอร์ที่เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี สัญญาตกลงกันด้วยเงื่อนไข FOB ท่าเรือแหลมฉบัง พอสินค้าขึ้นเรือเรียบร้อย คุณสมชายก็โล่งใจ เพราะตามสัญญา ความเสี่ยงโอนไปให้ผู้ซื้อแล้ว ไม่เกี่ยวกับเขาอีกต่อไป
แต่ไม่คาดคิดว่าสายเรือต้องเลี่ยงเส้นทางทะเลแดง อ้อมผ่านแหลมกู๊ดโฮปแทน ทำให้ใช้เวลาเพิ่มขึ้นเกือบสองสัปดาห์ ระหว่างทางเจอคลื่นลมแรง ยางขอบตู้คอนเทนเนอร์เสื่อมสภาพจนน้ำทะเลซึมเข้าไป พอสินค้าถึงฮัมบูร์ก โต๊ะอาหารกว่าสามในสิบตัวขึ้นราและบิดงอ ผู้ซื้อชาวเยอรมันจึงระงับการจ่ายเงินงวดสุดท้าย พร้อมโยนความผิดกลับมาว่า “สินค้าที่คุณส่งมามีปัญหา”
คุณสมชายโมโหมาก เพราะมีรูปถ่ายยืนยันว่าสินค้าสมบูรณ์ก่อนขึ้นเรือ ตามหลักแล้วไม่ควรเป็นความรับผิดของเขา แต่คำถามคือ เขาจะได้เงินคืนจริงหรือไม่ นี่เองที่ทำให้เขาพบว่าตัวเองไม่เคยถามผู้ซื้อเลยว่า “คุณซื้อประกันภัยสินค้าไว้หรือเปล่า” — และคำตอบคือ ผู้ซื้อก็ไม่ได้ซื้อเช่นกัน
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
อินโคเทอมส์ (Incoterms ซึ่งหอการค้านานาชาติ ICC เริ่มจัดทำตั้งแต่ปี ค.ศ. 1936 และฉบับปัจจุบันคือฉบับปี 2020) ตอบได้เพียงเรื่องเดียวคือ ความเสียหายเกิดขึ้น ณ ช่วงเวลาใด และถือเป็นความเสี่ยงของฝ่ายใด แต่ไม่ได้การันตีว่า “จะเรียกร้องค่าเสียหายได้จริงหรือไม่” หัวใจสำคัญของการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้จริง คือหลัก “ส่วนได้เสียอันอาจเอาประกันภัยได้” (insurable interest) ซึ่งมีรากฐานมาจากพระราชบัญญัติการประกันภัยทางทะเลของอังกฤษ ปี ค.ศ. 1906 (Marine Insurance Act 1906) และยังคงเป็นหลักการพื้นฐานร่วมกันของวงการประกันภัยทางทะเลทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน กล่าวคือ ผู้ที่จะเอาประกันและเรียกร้องค่าสินไหมได้ ต้องเป็นผู้ที่มีผลประโยชน์ทางการเงินผูกกับสินค้านั้น ณ ขณะที่ความเสียหายเกิดขึ้นเท่านั้น ภายใต้เงื่อนไข FOB เมื่อสินค้าขึ้นเรือแล้ว ความเสี่ยงตกเป็นของผู้ซื้อ ตามหลักแล้วผู้ซื้อจึงควรเป็นผู้ทำประกัน แต่ผู้ประกอบการ SME จำนวนมาก เหมือนผู้ซื้อของคุณสมชาย กลับไม่เคยตระหนักว่าหน้าที่นี้ตกอยู่กับตน
ต้องทำอย่างไร
ดูจุดโอนความเสี่ยงก่อน แล้วค่อยตรวจว่าใครทำประกันไว้
ภายใต้เงื่อนไขอย่าง FOB หรือ CFR ผู้ขายพ้นภาระความรับผิดชอบทันทีที่สินค้าขึ้นเรือ การทำประกันเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อ แต่อย่าเพียงพึ่งข้อสัญญาแล้ววางใจ ก่อนส่งของควรถามผู้ซื้อตรง ๆ สักคำว่า “กรมธรรม์เตรียมพร้อมหรือยัง” จะช่วยป้องกันข้อพิพาทมูลค่ามหาศาลในภายหลังได้ ส่วนเงื่อนไข CIF และ CIP นั้นตรงกันข้าม คือผู้ขายเป็นผู้จัดทำประกันแทนผู้ซื้อ และอินโคเทอมส์ฉบับปี 2020 ได้ปรับระดับความคุ้มครองขั้นต่ำของ CIP จากเดิมที่อิงเงื่อนไข Institute Cargo Clauses (C) ให้สูงขึ้นเป็นระดับ (A) ในขณะที่ CIF ยังคงระดับขั้นต่ำที่ (C) เช่นเดิม นั่นหมายความว่าแม้จะระบุว่า “ผู้ขายรับผิดชอบประกันภัย” เหมือนกัน แต่ CIP ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมกว่า CIF มาก จึงต้องพิจารณาให้รอบคอบเมื่อเลือกเงื่อนไขการค้า
เรียนคอร์สบังคับ 7 คอร์สให้จบก่อน (ตอนนี้ 0/7) เพื่อปลดล็อกคอร์สผู้จัดการทั้งหมด
ไปเรียนคอร์สบังคับสมาชิกฟรีทำแบบทดสอบ คุยกับโค้ช AI ฟังบทความสะสมประวัติการเรียนรู้ สมัครรับ 100 พอยต์ทันที
สมัครฟรี