เส้นทางเติบโตของทีมขาย: จากหนึ่งคนสู่หนึ่งแผนก
ทีมขายควรขยายทีมเมื่อไหร่? ก่อนจะเลื่อนตำแหน่งพนักงานขายเก่งที่สุดขึ้นเป็นหัวหน้า ผู้บริหารต้องเข้าใจกับดักที่พบบ่อยที่สุดในการตัดสินใจเลื่อนตำแหน่งก่อน
ธุรกิจ SME แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ทำการค้าชิ้นส่วนอุตสาหกรรม เดิมทีฝ่ายขายมีเพียงเจ้าของกิจการคนเดียวที่วิ่งงานเอง ต่อมากิจการดีขึ้นจึงค่อย ๆ รับพนักงานขายเพิ่มอีกสองคน ผ่านไปสามปีทีมขยายเป็นหกคน แต่ยอดขายกลับเริ่มติดขัด ออเดอร์เพิ่มขึ้นแต่ความเร็วในการตอบลูกค้ากลับช้าลงเรื่อย ๆ พนักงานใหม่ทำงานมาครึ่งปีแล้วก็ยังจับจังหวะการเสนอราคาไม่ได้ เจ้าของกิจการจึงตัดสินใจเลื่อนตำแหน่งพนักงานขายที่มียอดขายดีที่สุดขึ้นเป็นหัวหน้าฝ่ายขาย ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ว่า “เขาขายเก่งที่สุด ต้องเข้าใจวิธีสอนคนอื่นขายดีที่สุดแน่นอน” ผ่านไปครึ่งปี หัวหน้าคนใหม่ทำงานจนดึกทุกวัน แต่ยอดขายของทีมกลับลดลงแทนที่จะเพิ่ม พนักงานขายรุ่นเก๋าสองคนทยอยลาออก เจ้าของกิจการจึงเพิ่งตระหนักว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่หัวหน้าคนใหม่ไม่พยายามพอ แต่อยู่ที่ตั้งแต่แรก การตัดสินใจว่า “ใครควรได้รับการเลื่อนตำแหน่ง” นั้นใช้เกณฑ์ประเมินผิดตั้งแต่ต้น
ทำไม
เส้นทางเติบโตของทีมขายไม่เคยเป็นความสัมพันธ์เหตุผลง่าย ๆ ว่า “คนที่ขายเก่งจะกลายเป็นหัวหน้าที่ดีโดยอัตโนมัติ” การขายเป็นทักษะ “ทำให้งานสำเร็จด้วยตัวเอง” เช่น การโน้มน้าวลูกค้า การต่อรองราคา การจัดการข้อโต้แย้ง ส่วนการบริหารเป็นทักษะ “ทำให้คนอื่นทำงานสำเร็จ” เช่น การตั้งเป้าหมาย การให้ฟีดแบ็ก การจัดสรรทรัพยากร การจัดการความขัดแย้ง ทักษะสองชุดนี้แทบไม่ทับซ้อนกันเลย คนที่เก่งอย่างแรกไม่ได้แปลว่าเขาจะมีอย่างหลังโดยอัตโนมัติ ในศาสตร์การบริหารมีข้อสังเกตที่รู้จักกันดีเรียกว่า “หลักการปีเตอร์” (Peter Principle) ซึ่งชี้ว่าองค์กรมักจะเลื่อนตำแหน่งคนไปเรื่อย ๆ จนถึงตำแหน่งที่เขา “ไม่มีความสามารถเพียงพอ” อีกต่อไป เพราะเกณฑ์การเลื่อนตำแหน่งมักดูจาก “ทำงานตำแหน่งเดิมได้ดีแค่ไหน” มากกว่า “ตำแหน่งใหม่ต้องการความสามารถแบบไหน”
อีกปัญหาหนึ่งที่มักถูกมองข้ามคือจังหวะเวลาในการขยายทีม เจ้าของกิจการจำนวนมากมักรอจนงานล้นมือแล้วค่อยรับคนเพิ่ม ความเร็วในการรับคนจึงตามหลังความต้องการเสมอ ทีมงานอยู่ในสภาวะทำงานหนักเกินไปเป็นเวลานาน พนักงานใหม่พอเข้ามาก็ถูกโยนเข้าสถานการณ์ดับไฟทันที ไม่มีโอกาสเรียนรู้ระบบงานอย่างเป็นขั้นตอน อัตราการลาออกจึงสูงตามธรรมชาติ หากการขยายทีมไม่มีสัญญาณและจังหวะที่ชัดเจน ผลลัพธ์ก็หนีไม่พ้นสองแบบ คือเพิ่มคนช้าเกินไปจนทีมหมดไฟ หรือเพิ่มคนเร็วเกินไปจนเกิดต้นทุนคนว่างงาน
ทำอย่างไร
1. ตัดสินใจจังหวะขยายทีม: ดูสามสัญญาณ ไม่ใช่ดูว่า “ยุ่งหรือไม่ยุ่ง”
“ความรู้สึกยุ่ง” เป็นความรู้สึกส่วนตัว ไม่ใช่หลักฐานสำหรับการตัดสินใจ สัญญาณที่แท้จริงว่าควรขยายทีมมีสามข้อ หนึ่ง เวลาตอบกลับลูกค้าเป้าหมายยืดยาวขึ้นเรื่อย ๆ (เช่น ใช้เวลานานกว่า 48 ชั่วโมงกว่าจะติดต่อกลับครั้งแรก) แสดงว่ากำลังคนที่มีอยู่รับโอกาสใหม่ไม่ไหวแล้ว สอง เจ้าของกิจการหรือหัวหน้ายังต้องลงสนามขายเองเป็นหลัก แทนที่จะใช้เวลาไปกับการดูแลทีม จัดสรรทรัพยากร และวิเคราะห์ตัวเลข สาม ติดต่อกันสองสามเดือน เพดานการเติบโตของยอดขายติดอยู่ที่ “กำลังคน” ไม่ใช่ “ความต้องการของตลาด” คือตลาดยังมีออเดอร์ให้รับได้ แต่ทีมกลับรับไม่ไหว หากสัญญาณสามข้อนี้ปรากฏอย่างน้อยสองข้อ นั่นคือช่วงเวลาที่ควรพิจารณาขยายทีมอย่างจริงจัง
เรียนคอร์สบังคับ 7 คอร์สให้จบก่อน (ตอนนี้ 0/7) เพื่อปลดล็อกคอร์สผู้จัดการทั้งหมด
ไปเรียนคอร์สบังคับสมาชิกฟรีทำแบบทดสอบ คุยกับโค้ช AI ฟังบทความสะสมประวัติการเรียนรู้ สมัครรับ 100 พอยต์ทันที
สมัครฟรี