หั่นยักษ์ให้เป็นหน่วยเล็ก: บทเรียนแรกของบัญชีที่ทุกคนอ่านออก
เมื่อทั้งบริษัทมีบัญชีปนกันเล่มเดียวจนไม่มีใครบอกได้ว่าใครกำไรใครขาดทุน แนวคิดการบริหารแบบอะมีบาของอินาโมริ คาซึโอะ สอนให้ใช้สามข้อตัดสินหั่นบริษัทให้เป็นหน่วยเล็กที่ทุกคนมองเห็นตัวเลขของตัวเองได้ชัดเจน
คุณเฉิน เหวินชาง ยืนอยู่กลางโรงงาน "ตงไห่ พรีซิชั่น พลาสติก" ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง มองรายงานผลประกอบการประจำเดือนด้วยความงุนงง เดือนที่แล้วภาพรวมของบริษัทมีกำไร ตัวเลขจากสายฉีดพลาสติก สายประกอบ และสายควบคุมคุณภาพ-บรรจุภัณฑ์ รวมกันแล้วดูดี แต่มีคำถามหนึ่งที่ค้างคาใจเขามาตลอด ถ้าบริษัทกำไร ทำไมหัวหน้าช่างสายประกอบถึงบ่นตลอดว่าคนไม่พอ ค่าล่วงเวลาบานปลายทุกเดือน ในขณะที่หัวหน้ากะสายฉีดพลาสติกกลับบ่นว่าเครื่องจักรว่างงานเพราะไม่มีออร์เดอร์
สามสายการผลิตถูกปนกันอยู่ในบัญชีเล่มเดียว ไม่มีใครบอกได้ชัดเจนว่าใครทำกำไร ใครขาดทุน คุณเฉินต้องบริหารด้วย "ความรู้สึก" เดือนนี้รู้สึกว่าสายฉีดพลาสติกยุ่งก็เพิ่มคน เดือนนั้นรู้สึกว่าสายคิวซีทำงานผิดพลาดบ่อยก็เรียกประชุมต่อว่า พนักงานเองก็ไม่เข้าใจว่างานที่ตัวเองทำอยู่ทุกวันเกี่ยวข้องอย่างไรกับกำไรขาดทุนของบริษัท เพราะยังไงปลายเดือนก็ได้เงินเดือนเท่าเดิม
จนกระทั่งเขาได้อ่านเรื่องราวของอินาโมริ คาซึโอะ ปราชญ์แห่งวงการธุรกิจญี่ปุ่น จึงเข้าใจว่าปัญหาอยู่ตรงไหน บริษัททั้งบริษัทมีบัญชีเล่มเดียว ก็เหมือนคนพันคนพายเรือลำเดียวกันโดยไม่มีใครเห็นหน้าปัดวัดความเร็วเลย
ทำไม
อินาโมริ คาซึโอะ ผู้ก่อตั้งเกียวเซร่า (Kyocera) บริษัทเซรามิกและอิเล็กทรอนิกส์ชื่อดังของญี่ปุ่น ค้นพบจุดอ่อนร้ายแรงตั้งแต่ช่วงเริ่มก่อตั้งกิจการในปี 1959 นั่นคือ เมื่อบริษัทเติบโตขึ้นจนมีพนักงานหลายสิบ หลายร้อยคน ต่อให้เจ้าของเก่งแค่ไหนก็ไม่มีทางมองเห็นประสิทธิภาพของทุกมุมในองค์กรได้ทั่วถึง เขาจึงแบ่งทั้งบริษัทออกเป็นหน่วยเล็ก ๆ หลายร้อยหน่วยที่เรียกว่า "อะมีบา" (アメーバ ตามชื่อสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่แบ่งตัวได้) แต่ละอะมีบามีสมาชิกตั้งแต่ไม่กี่คนไปจนถึงยี่สิบสามสิบคน มีรายได้ ต้นทุน และกำไรขาดทุนของตัวเองแยกต่างหาก แนวคิดนี้ภายหลังถูกเรียกว่า "การบริหารแบบอะมีบา" (Amoeba Management) ในบั้นปลายชีวิต ปี 2010 อินาโมริรับหน้าที่กอบกู้สายการบินญี่ปุ่น (JAL) ที่ใกล้ล้มละลาย ด้วยวิธีการเดียวกันนี้ เขาพลิกบริษัทที่ขาดทุนหลายแสนล้านเยนให้กลับมามีกำไรได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าแนวคิดนี้ใช้ได้กับองค์กรขนาดใหญ่เช่นกัน ไม่ใช่แค่ธุรกิจเล็ก ๆ
แนวคิดนี้ไม่ได้เป็นของอินาโมริแต่เพียงผู้เดียว ย้อนไปในทศวรรษ 1920 อัลเฟรด สโลน (Alfred P. Sloan) ประธานบริษัทเจนเนอรัล มอเตอร์ส (General Motors) ของสหรัฐฯ ก็แบ่งบริษัทออกเป็นหน่วยธุรกิจอิสระ เช่น เชฟโรเลต บิ๊วอิค แคดิลแลค ให้แต่ละหน่วยคำนวณกำไรขาดทุนของตัวเอง ซึ่งปีเตอร์ ดรักเกอร์ (Peter Drucker) ปรมาจารย์ด้านการจัดการยกย่องว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ "ระบบกระจายอำนาจแบบแบ่งหน่วยธุรกิจ" (Divisional Decentralization) ในยุคสมัยใหม่ ทั้งสองแนวคิดแม้มาจากคนละซีกโลก แต่ไปในทิศทางเดียวกัน ยิ่งบริษัทใหญ่ขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งต้องแบ่ง "บัญชีเล่มใหญ่ที่งงงวย" ออกเป็น "บัญชีเล่มเล็กที่อ่านเข้าใจได้" ให้ผู้รับผิดชอบแต่ละส่วนเห็นกำไรขาดทุนของตัวเองชัดเจน หลักการนี้ในทางบัญชีเรียกว่า "บัญชีเพื่อความรับผิดชอบ" (Responsibility Accounting) คือการผูกความรับผิดชอบเข้ากับตัวเลข คนถึงจะใส่ใจตัวเลขอย่างแท้จริง
ทำอย่างไร
สามข้อตัดสิน หาเส้นแบ่งอะมีบาของคุณ
ไม่ใช่ว่าจะหั่นบริษัทตรงไหนก็เรียกว่าอะมีบาได้ทั้งหมด การจะตัดสินว่าหน่วยงานหนึ่งเหมาะจะแยกเป็นอะมีบาหรือไม่ ให้ตรวจสอบด้วยสามคำถามนี้ หนึ่ง หน่วยงานนี้คำนวณรายได้หรือมูลค่าบริการภายในออกมาเป็นตัวเงินได้หรือไม่ สอง มีคนที่เหมาะสมและเต็มใจรับผิดชอบกำไรขาดทุนของหน่วยนี้หรือไม่ สาม ขนาดจำนวนคนเหมาะกับการประชุมดูตัวเลขสั้น ๆ ทุกวันหรือทุกสัปดาห์หรือไม่ (จากประสบการณ์ ขนาด 7-30 คนมักลงตัวที่สุด มากไปจะมองไม่เห็นรายละเอียด น้อยไปจะไม่คุ้มกับต้นทุนการบริหาร)
กรณีศึกษาในไทย จากหนึ่งสายการผลิต สู่สามบัญชี
ต่อมาคุณเฉินแบ่ง "ตงไห่ พรีซิชั่น พลาสติก" ออกเป็นสามอะมีบา สายฉีดพลาสติกคำนวณต้นทุนวัตถุดิบ ค่าไฟ และอัตราการใช้งานเครื่องจักรของตัวเอง สายประกอบคำนวณชั่วโมงแรงงานและอัตราของดี สายควบคุมคุณภาพ-บรรจุภัณฑ์คำนวณอัตราการคืนสินค้าและอัตราการส่งมอบตรงเวลา สายฉีดพลาสติกจะ "คิดราคา" ผลผลิตต่อชั่วโมงของเครื่องจักรแล้วส่งต่อให้สายประกอบ สายประกอบก็ "ขาย" ชิ้นงานที่ผ่านมาตรฐานต่อให้สายคิวซี เหมือนทำธุรกิจซื้อขายกันเองภายในบริษัท (เรื่องกติกาการตั้งราคาซื้อขายภายในนี้ จะพูดถึงอย่างละเอียดในบทต่อไป) สามเดือนผ่านไป ความจริงเรื่องค่าล่วงเวลาสายประกอบบานปลายก็ถูกเปิดเผย ต้นเหตุไม่ใช่คนไม่พอ แต่เป็นเพราะสายฉีดพลาสติกส่งงานล่าช้าบ่อยครั้ง จนสายประกอบต้องเร่งทำงานล่วงเวลาตลอด พอแยกบัญชีออกจากกัน ปัญหาก็ถูก "มองเห็น" เป็นครั้งแรก
แนวคิดนี้เห็นเงาสะท้อนอยู่ในธุรกิจไทยเช่นกัน อย่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ผ่านบริษัทซีพี ออลล์ ที่บริหารร้านเซเว่นอีเลฟเว่นทั่วประเทศไทย สำนักงานใหญ่มองแต่ละสาขานับพันแห่งเป็นหน่วยคำนวณกำไรขาดทุนเล็กที่สุดของตัวเอง ผู้จัดการเขตเพียงเปิดรายงานก็เห็นทันทีว่าสาขาไหนกำไร สาขาไหนขาดทุน โดยไม่ต้องรอรายงานรวมทั้งบริษัทที่กว่าจะออกมาก็สายเกินไปแล้ว
🔧 ลงมือทำกับ AI: พรอมป์ตรวจสุขภาพการแบ่งอะมีบา
หยิบมือถือขึ้นมา คัดลอกพรอมป์ด้านล่างนี้ส่งให้ AI พร้อมแนบรายชื่อแผนกหรือสายการผลิตของบริษัทคุณ ให้ AI ช่วยวินิจฉัยเบื้องต้นว่าตรงไหนแบ่งได้ แบ่งอย่างไร
คุณคือที่ปรึกษาด้านการบริหารที่เชี่ยวชาญการบริหารแบบอะมีบา (บัญชีเพื่อความรับผิดชอบ) รายชื่อแผนกหรือสายการผลิตของบริษัท/ร้านของฉันมีดังนี้ [โปรดระบุ: ชื่อแผนกหรือสายการผลิต จำนวนคนโดยประมาณ งานหลักที่ทำอยู่ในปัจจุบัน] โปรดวิเคราะห์แต่ละหน่วยงานทีละหน่วยตามสามข้อตัดสินนี้ ว่าเหมาะสมที่จะแยกเป็น "ศูนย์กำไร (อะมีบา)" อิสระหรือไม่ 1. ผลผลิตหรือบริการของหน่วยงานนี้ แปลงเป็นมูลค่าเงินได้หรือไม่ 2. มีใครเหมาะสมและเต็มใจรับผิดชอบกำไรขาดทุนของหน่วยนี้หรือไม่ 3. ขนาดจำนวนคนเหมาะกับการประชุมดูตัวเลขสั้น ๆ ทุกสัปดาห์หรือไม่ (ควรอยู่ระหว่าง 7-30 คน) สุดท้ายช่วยฉัน - สรุปรายชื่อหน่วยงานที่แนะนำให้แยกเป็นอะมีบา - ระบุตำแหน่งที่เหมาะสมจะเป็นผู้รับผิดชอบแต่ละหน่วย (ไม่ต้องระบุชื่อจริง ใช้ตำแหน่งงานก็พอ) - ชี้จุดที่มักถูกมองข้าม แต่จริง ๆ ควรแยกบัญชีต่างหาก
สิ่งที่ทำได้ในสัปดาห์นี้: หยิบกระดาษมาหนึ่งแผ่น เขียนรายชื่อแผนก สายการผลิต หรือสาขาทั้งหมดของบริษัทออกมา แล้วเขียนกำกับข้าง ๆ แต่ละรายการว่า "ตอนนี้ฉันบอกได้ไหมว่าตรงนี้มีรายได้หรือต้นทุนเท่าไหร่" รายการไหนที่ตอบไม่ได้ นั่นแหละคือจุดที่ควรแยกบัญชีเป็นลำดับแรก
📎 ที่มาทางทฤษฎี: อินาโมริ คาซึโอะ (Inamori Kazuo) แนวคิด "การบริหารแบบอะมีบา" (Amoeba Management) จากประสบการณ์ก่อตั้งเกียวเซร่าปี 1959 และการกอบกู้สายการบินญี่ปุ่น (JAL) ปี 2010; อัลเฟรด สโลน (Alfred P. Sloan) ระบบกระจายอำนาจแบบแบ่งหน่วยธุรกิจของเจนเนอรัล มอเตอร์ส ทศวรรษ 1920; ปีเตอร์ ดรักเกอร์ (Peter Drucker) ทฤษฎีการบริหารแบบกระจายอำนาจ; "บัญชีเพื่อความรับผิดชอบ" (Responsibility Accounting) เป็นแนวคิดพื้นฐานทางบัญชีบริหาร
สมาชิกฟรีทำแบบทดสอบ คุยกับโค้ช AI ฟังบทความสะสมประวัติการเรียนรู้ สมัครรับ 100 พอยต์ทันที
สมัครฟรี