คอลัมน์ บันทึกเหตุการณ์ AI เพื่อผู้บริหาร ตอนที่ 48/217 ตอน ดูสารบัญคอร์ส

Apple เปิดตัว "Apple Intelligence" จับมือ OpenAI นำ ChatGPT ผนวกเข้า iPhone

10/06/2024 257
4:27
Apple เปิดตัว "Apple Intelligence" จับมือ OpenAI นำ ChatGPT ผนวกเข้า iPhone

ในงาน WWDC 2024 Apple เปิดตัวระบบอัจฉริยะส่วนบุคคล Apple Intelligence และประกาศความร่วมมือกับ OpenAI ให้ Siri และ Writing Tools เรียกใช้ ChatGPT ที่ขับเคลื่อนด้วย GPT-4o ได้ฟรีโดยไม่ต้องสมัครบัญชีเพิ่ม

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ตามเวลาท้องถิ่น Apple เปิดตัว "Apple Intelligence" อย่างเป็นทางการในงาน WWDC 2024 ซึ่งเป็นระบบอัจฉริยะที่ผสานโมเดล AI เชิงสร้างสรรค์เข้ากับข้อมูลบริบทส่วนตัวบนอุปกรณ์ของผู้ใช้ (อีเมล ปฏิทิน รูปภาพ ข้อความ ฯลฯ) ทางบริษัทระบุว่าระบบนี้จะมาพร้อมกับ iOS 18, iPadOS 18 และ macOS Sequoia ในรูปแบบเบต้าภาษาอังกฤษช่วงปลายปีนี้ และให้ใช้งานฟรี พร้อมกันนี้ Apple ยังประกาศความร่วมมือกับ OpenAI โดยให้ Siri และ "Writing Tools" เรียกใช้ ChatGPT ที่ขับเคลื่อนด้วย GPT-4o ได้โดยตรง เพื่อประมวลผลงานด้านการอ่านภาพและทำความเข้าใจเอกสาร ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องสมัครบัญชี OpenAI เพิ่มก็ใช้งานฟรีได้ ส่วนผู้ที่สมัครสมาชิก ChatGPT แบบเสียเงินอยู่แล้วสามารถเชื่อมบัญชีเดิมเพื่อปลดล็อกฟีเจอร์ขั้นสูง Apple เน้นย้ำว่าคำขอที่ส่งไปยัง ChatGPT จะไม่ถูก OpenAI จัดเก็บ และจะปิดบัง IP ของผู้ใช้ เพื่อตอบข้อกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว

นัยเชิงเทคนิค: AI ไม่ใช่ "แอปแยก" อีกต่อไป แต่เป็นความสามารถพื้นฐานของระบบปฏิบัติการ

แต่ก่อนการใช้ AI เชิงสร้างสรรค์ต้องออกจากระบบมือถือไปเปิดแอป ChatGPT หรือ Gemini ต่างหาก แต่ Apple Intelligence ฝัง AI เข้าไปในระดับระบบปฏิบัติการ ทำให้ Siri คีย์บอร์ด อีเมล และรูปภาพเรียกใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมอ้างอิงบริบทอุปกรณ์ปัจจุบันเพื่อให้คำตอบ นี่สะท้อนว่าเส้นทางการแพร่หลายของ AI กำลังเปลี่ยนจาก "เครื่องมือที่ต้องติดตั้งเพิ่ม" ไปสู่ "ฟีเจอร์มาตรฐานของระบบปฏิบัติการ" ซึ่งสำหรับผู้ใช้ iPhone ระดับพันล้านเครื่อง นับเป็นการกระจาย AI เชิงสร้างสรรค์ครั้งใหญ่ที่สุดในขณะนี้

เทียบกับคู่แข่ง: Apple เลือก "ยืมพลัง" แทนการสร้างโมเดลเองแบบเต็มตัว

เมื่อเทียบกับ Google ที่ผนวก Gemini เข้ากับ Android และ Workspace อย่างครบวงจร หรือ Microsoft ที่ผูก Copilot เข้ากับ Windows และ Office ครั้งนี้ Apple ไม่ได้เปิดตัวโมเดลเรือธงที่พัฒนาเองเพื่อประชันโดยตรง แต่เลือกร่วมมือกับ OpenAI นำโมเดลทั่วไปที่แข็งแกร่งที่สุดมาช่วยจัดการงานซับซ้อน ส่วนตัวเองมุ่งเน้นการปรับแต่งเฉพาะบุคคลระดับอุปกรณ์และความเป็นส่วนตัว กลยุทธ์ผสมผสาน "พัฒนาเอง + ร่วมมือภายนอก" นี้ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า Apple อาจเปิดทางให้ผู้ให้บริการโมเดลรายอื่นเข้าร่วมในอนาคต จนกลายเป็นสถาปัตยกรรมที่สลับโมเดลได้หลากหลาย

ปฏิกิริยาในวงการ: เสียงชื่นชมและข้อกังวลปะปนกัน

ตลาดส่วนใหญ่มองว่าความเคลื่อนไหวนี้จะเร่งให้ผู้บริโภคทั่วไปใช้ AI เชิงสร้างสรรค์ในชีวิตประจำวันมากขึ้น กระแสความสนใจต่อ OpenAI ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่ก็มีเสียงวิจารณ์ตั้งคำถามว่าหลักการความเป็นส่วนตัวที่ Apple ยึดถือมาตลอด กับการส่งคำขอของผู้ใช้ไปให้โมเดลของบุคคลที่สามประมวลผลนั้นขัดแย้งกันหรือไม่ จึงมีเสียงเรียกร้องให้จับตารายละเอียดทางเทคนิคและกลไกการตรวจสอบเมื่อใช้งานจริง

ความหมายต่อผู้บริหาร

เมื่อ AI เปลี่ยนจาก "เครื่องมือที่ต้องติดตั้งเพิ่ม" กลายเป็น "สิ่งที่มือถือมีอยู่แล้วในตัว" อุปสรรคในการใช้ AI ช่วยเขียนงาน จัดการอีเมล หรือทำความเข้าใจเอกสารของพนักงานแทบจะหายไป ผู้บริหารแทนที่จะลังเลว่าจะนำ AI มาใช้หรือไม่ ควรเริ่มคิดล่วงหน้าว่า เมื่อทุกคนในทีมเรียกใช้ความสามารถระดับ ChatGPT ได้จากมือถือ กฎระเบียบด้านความปลอดภัยข้อมูลและกระบวนการทำงานขององค์กรก็ควรได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยไปพร้อมกันด้วยหรือไม่

แบบทดสอบ: ยืนยันความเข้าใจ
5 บทความ · ตอบถูก 80% ผ่าน บันทึกลงโปรไฟล์การเรียนรู้ เข้าสู่ระบบเพื่อทำแบบทดสอบ
ถาม AI: บทความนี้ใช้กับการบริหารของคุณอย่างไร?
เนื้อหาสร้างโดย AI จากบทความนี้ โปรดใช้วิจารณญาณในการพิจารณาความถูกต้อง
ตอนถัดไป・บันทึกเหตุการณ์ AI เพื่อผู้บริหาร Stability AI เปิดตัว Stable Diffusion 3 Medium แบบโอเพนซอร์สอย่างเป็นทางการ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อรักษาการเข้าสู่ระบบและภาษา และเก็บพฤติกรรมการใช้งานเพื่อปรับปรุงบริการ คุณเลือกเฉพาะที่จำเป็นได้ นโยบายความเป็นส่วนตัว