อยากเลื่อนตำแหน่งไม่ได้ต้องลาออกจริงหรือ? 3 การปรับมุมคิดจาก Designing Your Life ที่เปลี่ยนเส้นทางอาชีพของคุณ
เรียนรู้ 3 การปรับมุมคิดจากวิชาออกแบบชีวิตของสแตนฟอร์ด เพื่อเข้าใจว่าเส้นทางอาชีพไม่ใช่เกมเลื่อนตำแหน่งแบบขาวดำ แต่เป็นต้นแบบหลายเวอร์ชันที่ทดลองไปพร้อมกันได้
นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี หกโมงสิบห้านาทีเช้า สมชายยืนอยู่หน้าจุดส่งมอบงานของสายการผลิต กำลังตรวจสอบตัวเลขอัตราผลผลิตดีของกะดึกเมื่อคืนกับหัวหน้ากะ เขาทำงานที่โรงงานชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทญี่ปุ่นแห่งนี้มา 11 ปี ไต่เต้าจากพนักงานสายการผลิตจนถึงตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายผลิต สามเดือนก่อน โรงงานประกาศว่าจะคัดเลือก "รักษาการผู้จัดการโรงงาน" คนใหม่ โดยมีผู้สมัครเพียงสองคน คือตัวเขาเอง กับวิศวกรหนุ่มวัย 32 ปีที่เพิ่งจบปริญญาโทวิศวกรรมอุตสาหการ ถูกส่งลงมาจากสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ
คืนนั้น สมชายเห็นประกาศในไลน์กลุ่ม แสงจากหน้าจอมือถือส่องหน้าเขาที่นอนไม่หลับ สิ่งที่วนเวียนอยู่ในหัวไม่ใช่คำถามว่า "ตัวเองเหมาะกับตำแหน่งผู้จัดการโรงงานหรือไม่" แต่เป็นคำถามที่วิตกกังวลกว่านั้นมาก คือ "ถ้ารอบนี้ไม่ได้รับเลือก แปลว่าชีวิตทั้งชีวิตจะติดอยู่แค่ตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการหรือเปล่า? ควรลาออกไปเริ่มต้นใหม่ที่โรงงานอื่นไหม?" ในความคิดของเขา เส้นทางอาชีพมีเพียงเส้นเดียว คือต้องไต่ขึ้นไปเป็นผู้จัดการโรงงานถึงจะเรียกว่าสำเร็จ ถ้าไม่ได้รับเลือกก็คือความล้มเหลว และความล้มเหลวก็ควรจะลาออก เขาไม่เคยคิดเลยว่านอกจาก "ไต่บันไดขึ้นไป" กับ "ลาออก" แล้ว อาจมีทางเลือกที่สามหรือที่สี่ซ่อนอยู่
ความวิตกกังวลของสมชายไม่ใช่ปัญหาเฉพาะตัวเขาคนเดียว อาจารย์สองท่านจาก Stanford d.school คือ Bill Burnett และ Dave Evans พบจากงานวิจัยของพวกเขาว่า คนทำงานส่วนใหญ่มักติดอยู่ในกรอบความคิดแบบเส้นตรงที่เชื่อว่ามี "คำตอบที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียว" สำหรับเส้นทางอาชีพ และกรอบความคิดแบบนี้เองที่เป็นต้นตอทำให้คนเราติดกับดักและถึงขั้นตื่นตระหนก
ทำไมถึงเป็นแบบนี้
Bill Burnett และ Dave Evans เป็นอาจารย์ประจำ Stanford d.school ในปี 2016 พวกเขาตีพิมพ์หนังสือ Designing Your Life นำวิธีคิดแบบ "design thinking" ที่ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มาปรับใช้กับการวางแผนเส้นทางอาชีพ และในปี 2021 ก็ออกหนังสือเล่มใหม่ Designing Your New Work Life ขยายวิธีการนี้ไปสู่คนทำงานระดับกลางถึงระดับสูงที่กำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านในองค์กร ทั้งสองท่านเสนอว่า คนส่วนใหญ่มองการวางแผนอาชีพเหมือนการแก้โจทย์ที่มีคำตอบมาตรฐานตายตัว แต่ในโลกความเป็นจริง เส้นทางอาชีพที่คุ้มค่าจะใช้ชีวิตนั้น ไม่เคย "แก้" ออกมาได้ แต่ต้องค่อยๆ ลงมือทำ ทดลอง แล้วปรับแก้ไปเรื่อยๆ เหมือนการออกแบบผลิตภัณฑ์ชิ้นหนึ่ง
พวกเขาแบ่งแยกประเด็นสำคัญไว้ว่า บางปัญหาเป็น "ปัญหาที่ลงมือแก้ได้" (actionable problem) ซึ่งคิดหนักพอก็หาคำตอบเจอ แต่บางปัญหาเป็น "ปัญหาแรงโน้มถ่วง" (gravity problem) เหมือนแรงโน้มถ่วงของโลก คุณ "แก้" มันไม่ได้ ทำได้แค่ยอมรับว่ามันเป็นเงื่อนไขที่มีอยู่จริง แล้วออกแบบการกระทำของคุณใหม่ภายใต้เงื่อนไขนั้น ความคิดในหัวสมชายที่ว่า "รอบนี้ไม่ได้รับเลือกคือความล้มเหลว" แท้จริงแล้วคือ "ปัญหาแรงโน้มถ่วง" ที่เขาสร้างขึ้นมาเอง ทั้งที่ไม่มีอยู่จริง ปัญหาแรงโน้มถ่วงที่แท้จริงมีเพียงข้อเท็จจริงเดียวคือ สำนักงานใหญ่มีโควตาตำแหน่งรักษาการผู้จัดการโรงงานแค่หนึ่งตำแหน่ง ส่วนที่ว่า "ไม่ได้รับเลือกเท่ากับล้มเหลว" นั้นเป็นการตีความที่เขาเติมเข้าไปเอง และการตีความสามารถออกแบบใหม่ได้เสมอ
เรียนคอร์สบังคับ 7 คอร์สให้จบก่อน (ตอนนี้ 0/7) เพื่อปลดล็อกคอร์สผู้จัดการทั้งหมด
ไปเรียนคอร์สบังคับสมาชิกฟรีทำแบบทดสอบ คุยกับโค้ช AI ฟังบทความสะสมประวัติการเรียนรู้ สมัครรับ 100 พอยต์ทันที
สมัครฟรี