จัดโปรแล้วขาดทุน:ใช้ ChatGPT คำนวณจุดคุ้มทุนของโปรโมชันห้องพัก
ก่อนถึงไฮซีซันลดราคาเพื่อดันอัตราเข้าพัก แต่พอปิดยอดสิ้นเดือนกลับพบว่าห้องที่ขายเพิ่มไม่คุ้มกับราคาที่ลดไป บทความนี้สอนใช้กำไรส่วนเกินและจุดคุ้มทุนคำนวณก่อนลดราคาว่าต้องขายเพิ่มกี่ห้องจึงจะคืนทุน พร้อมพรอมต์ ChatGPT ที่รันได้ในสามนาที
ใกล้ไฮซีซัน โรงแรมข้าง ๆ ติดป้าย「ห้องพักลด 20%」คุณจึงลดราคาตามเพราะกลัวห้องว่าง แต่พอปิดยอดสิ้นเดือนกลับพบว่า อัตราเข้าพักสูงขึ้นจริง รายได้กลับเพิ่มไม่มาก และเมื่อหักต้นทุนแล้วกำไรกลับหดลง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การจัดโปร แต่อยู่ที่ว่า「ก่อนลดราคาไม่ได้คำนวณว่าต้องขายเพิ่มกี่ห้องจึงจะคืนทุน」เจ้าของโรงแรมเล็กที่ทำเองทุกอย่างมักลดราคาตามความรู้สึก และมีดเล่มนี้มักฟันเข้าตัวเอง
เข้าใจ「กำไรส่วนเกิน」:ต้นทุนผันแปรที่แท้จริงต่อหนึ่งห้อง
ก่อนลดราคา ต้องรู้ก่อนว่าทุกห้องที่ขายเพิ่ม มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเท่าไร นี่คือต้นทุนผันแปร:ค่าแม่บ้าน อเมนิตี้ วัตถุดิบอาหารเช้า ค่าน้ำค่าไฟ ค่าซักผ้า และค่าคอมมิชชันแพลตฟอร์มจองห้อง สมมติห้องราคา 1,200 บาท ต้นทุนผันแปรราว 300 บาท แต่ละห้องจึงสร้างเงิน 900 บาทไปจ่ายค่าเช่าและค่าพนักงานซึ่งเป็นต้นทุนคงที่ เงิน 900 บาทนี้คือ「กำไรส่วนเกิน」ซึ่งเป็นตัวเลขที่โปรโมชันต้องจับตา ไม่ใช่ราคาห้อง
การลดราคาทำให้กำไรส่วนเกินหด ต้องชดเชยด้วยจำนวน
เมื่อคุณลด 20% ราคาห้องเหลือ 960 บาท ต้นทุนผันแปรยังเท่าเดิมคือ 300 บาท กำไรส่วนเกินจึงเหลือ 660 บาท เท่ากับว่าทุกห้องที่ขายคุณได้น้อยลง 240 บาท หากต้องการรักษากำไรรวมเท่าเดิม ก็ต้องขายห้องเพิ่มให้พอชดเชยช่องว่างนี้ คำถามสำคัญจึงกลายเป็น:หลังจัดโปรต้องขายเพิ่มกี่ห้อง จึงจะไม่เหนื่อยฟรี
จุดคุ้มทุน:คำนวณ「เส้นผ่าน」ของโปรโมชัน
สมมติเดิมคุณขายวันละ 20 ห้อง กำไรส่วนเกิน 900 บาท รวมวันละ 18,000 บาท หลังจัดโปรเหลือห้องละ 660 บาท หากต้องการให้ได้ 18,000 บาทเท่าเดิม ต้องขาย 18,000 ÷ 660 ≈ 28 ห้อง นั่นคือจำนวนเข้าพักต้องพุ่งจาก 20 เป็น 28 ห้อง โตขึ้น 40% โปรนี้จึงจะแค่เสมอตัว หากโรงแรมคุณมีห้องทั้งหมดเพียง 25 ห้อง ก็ขายไม่ถึง 28 ห้องอยู่แล้ว นั่นแปลว่าส่วนลดนี้ขาดทุนแน่นอนในเชิงตัวเลข สิ่งที่ต้องปรับคือขนาดส่วนลด ไม่ใช่ดันต่อ
อย่าดูแค่อัตราเข้าพัก ให้ดู「ยอดเพิ่มจากโปร」
อัตราเข้าพักสวยไม่ได้แปลว่ากำไร คำถามที่แท้จริงคือ:ห้องที่ขายเพิ่มเหล่านี้ มาจากลูกค้าที่「เดิมไม่มาอยู่แล้ว」ซึ่งเป็นยอดเพิ่มจริง หรือมาจากลูกค้าที่「อย่างไรก็จองราคาเต็ม」ที่ฉวยโอกาสได้ของถูก กรณีหลังเท่ากับคุณลดราคาให้ลูกค้าราคาเต็มเอง ขาดทุนล้วน ๆ โปรโมชันจึงต้องตั้งเงื่อนไข—ระบุวันโลว์ จองล่วงหน้า 7 วัน คืนเงินไม่ได้—ให้ส่วนลดเฉพาะลูกค้าใหม่ที่ยอมผ่านเงื่อนไขคัดกรองเท่านั้น
🔧 ลงมือทำกับ AI:ใช้ ChatGPT รันตารางคำนวณกำไรขาดทุนของโปรห้องพัก
ส่งราคาห้อง ต้นทุนผันแปร และจำนวนเข้าพักวันธรรมดาให้ ChatGPT แล้วให้ช่วยคำนวณจุดคุ้มทุนและอัตราเติบโตที่ต้องการ ใช้การป้อนข้อความล้วนและคำนวณด้วยข้อความ ChatGPT ปัจจุบันทำได้ เพียงเปลี่ยนตัวเลขด้านล่างเป็นตัวเลขจริงของโรงแรมคุณ
คุณคือที่ปรึกษาการเงินโรงแรม ใช้ข้อมูลต่อไปนี้ช่วยคำนวณจุดคุ้มทุนของโปรโมชันห้องพัก และแสดงสูตรทีละขั้นเป็นภาษาไทย 【สถานการณ์ปัจจุบัน】 - ราคาห้อง:ห้องละ 1200 บาท - ต้นทุนผันแปรต่อห้อง (แม่บ้าน อเมนิตี้ อาหารเช้า น้ำไฟ คอมมิชชันแพลตฟอร์ม รวม):300 บาท - วันธรรมดาขายได้:20 ห้องต่อวัน - จำนวนห้องทั้งหมด:25 ห้อง 【แผนโปรโมชัน】ลด 20% (ราคาห้องเหลือ 960 บาท) กรุณาตอบตามลำดับ: 1. กำไรส่วนเกินต่อห้องก่อนและหลังจัดโปรเป็นเท่าไร? 2. หากต้องรักษากำไรรวมต่อวันเท่าก่อนจัดโปร หลังจัดโปรต้องขายกี่ห้องต่อวัน?ต้องโตกี่ %? 3. เมื่อพิจารณาจากจำนวนห้องทั้งหมด 25 ห้อง ส่วนลดนี้ทำได้หรือไม่?หากทำไม่ได้ ลดได้มากสุดกี่ % จึงสมเหตุสมผล? 4. สรุปเป็นข้อเสนอแนะสองสามประโยค
หนึ่งก้าวที่ทำได้ในสัปดาห์นี้
เลือกโปรโมชันที่คุณจะจัดครั้งหน้า ใช้เวลาสิบนาทีกรอกตัวเลขสี่ค่าด้านบน แล้วส่งให้ ChatGPT รันหนึ่งรอบ หากผลออกมาว่าจำนวนเข้าพักที่ต้องเติบโตเกินกำลังห้องของคุณ ก็ยังไม่ต้องปล่อยโปรนี้—กลับไปลดส่วนลดให้น้อยลง หรือเพิ่มเงื่อนไขการจอง เพื่อให้ทุกห้องที่ลดราคาเป็นยอดเพิ่มจริง ไม่ใช่ยกกำไรให้ไปฟรี ๆ
สมาชิกฟรีทำแบบทดสอบ คุยกับโค้ช AI ฟังบทความสะสมประวัติการเรียนรู้ สมัครรับ 100 พอยต์ทันที
สมัครฟรี