คอร์ส บัญชีต้นทุน: รู้ต้นทุนจริงของสินค้าทุกชิ้น ตอนที่ 2/12 ตอน ดูสารบัญคอร์ส

ราคาตัวจริงของเก้าอี้หนึ่งตัว: ต้นทุนทางตรง ต้นทุนทางอ้อม และเงินที่คุณมองไม่เห็น

25/09/2025 166
7:01
ราคาตัวจริงของเก้าอี้หนึ่งตัว: ต้นทุนทางตรง ต้นทุนทางอ้อม และเงินที่คุณมองไม่เห็น

เรียนรู้จากกรณีโรงงานเฟอร์นิเจอร์หวายในจังหวัดสมุทรสาคร วิธีแยกต้นทุนสินค้าออกเป็นวัตถุดิบทางตรง ค่าแรงทางตรง และค่าใช้จ่ายการผลิต เพื่อให้เห็นต้นทุนที่แท้จริงซ่อนอยู่ในใบเสนอราคา

เฉิน เหว่ยหมิง เปิดโรงงานเฟอร์นิเจอร์อยู่ที่จังหวัดสมุทรสาคร มีพนักงานกว่าสามสิบคน สินค้าหลักคือเก้าอี้ไม้สักและโซฟาหวายสานส่งออกไปยุโรปและอเมริกา ทุกครั้งที่ลูกค้าขอใบเสนอราคา เขาจะเปิดตารางเอ็กเซลที่ใช้มาห้าปี: ไม้สัก 350 บาท ค่าแรงช่าง 120 บาท รวมกัน 470 บาท เขาคุ้นเคยกับการบวกกำไร 30 เปอร์เซ็นต์ จึงเสนอราคาเก้าอี้ตัวละ 610 บาท

ตารางนี้ใช้มาห้าปี ธุรกิจก็ทำมาห้าปี แต่พอตรวจสอบบัญชีปลายปีที่แล้ว เขากลับพบว่าเงินสดในบัญชีธนาคารบางลงเรื่อยๆ ทั้งที่ยอดสั่งซื้อโตขึ้นถึงสองเท่า แต่กำไรกลับไม่โตตาม เปิดสมุดบัญชีดู ต้นทุนวัตถุดิบก็ไม่ได้พุ่งขึ้น ค่าแรงก็เท่าเดิม แล้วปัญหาอยู่ตรงไหนกันแน่?

จนกระทั่งนักบัญชีพาเขาเดินสำรวจโรงงาน ถึงได้ชี้จุดที่พลาด: "ตารางต้นทุนของคุณมีแค่ไม้กับค่าแรงช่าง แล้วค่าไฟล่ะ? เครื่องจักรเสื่อมราคาทุกปี ใครคำนวณให้? เงินเดือนพนักงานตรวจสอบคุณภาพล่ะ? ค่าเช่าคลังสินค้าล่ะ? เงินพวกนี้ไหลออกจากบัญชีคุณทุกเดือน แต่ไม่เคยถูกเฉลี่ยลงไปในเก้าอี้แม้แต่ตัวเดียว" เฉิน เหว่ยหมิง จึงเพิ่งรู้ว่า "ต้นทุน" ที่เขาคำนวณมาห้าปี แท้จริงแล้วเป็นแค่ครึ่งเดียวของต้นทุนจริง

ทำไม

การแยกต้นทุนสินค้าออกเป็นหลายประเภทไม่ใช่เรื่องที่นักบัญชีจงใจทำให้ซับซ้อน แต่มีรากฐานจากภาคปฏิบัติมากว่าร้อยปี ต้นศตวรรษที่ 20 อเล็กซานเดอร์ แฮมิลตัน เชิร์ช (Alexander Hamilton Church) วิศวกรชาวอเมริกันผู้บุกเบิกวงการบัญชีต้นทุน ได้ตีพิมพ์บทความชื่อ "The Proper Distribution of Establishment Charges" ในปี ค.ศ. 1901 โดยเป็นคนแรกๆ ที่แบ่งค่าใช้จ่ายของโรงงานออกเป็นสองประเภทใหญ่ คือ "ต้นทุนหลัก" (prime cost) ที่สามารถตามรอยไปยังสินค้าชิ้นใดชิ้นหนึ่งได้โดยตรง ได้แก่ วัตถุดิบและค่าแรง และอีกประเภทคือ "ค่าใช้จ่ายโรงงาน" (burden) ที่ไม่สามารถระบุไปยังสินค้าชิ้นใดชิ้นหนึ่งได้โดยตรง ต้องใช้วิธีการ "เฉลี่ย" ลงไป ซึ่งภายหลังเรากลายมาเรียกว่าค่าใช้จ่ายการผลิต การแบ่งแยกนี้เองที่วางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานของบัญชีต้นทุนสมัยใหม่ ระหว่าง "ต้นทุนทางตรง กับ ต้นทุนทางอ้อม" และยังคงถูกใช้ในตำราการบัญชีบริหารทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้

เชิร์ชสังเกตเห็นปรากฏการณ์หนึ่งในยุคนั้น: ผู้บริหารโรงงานมักจับตาดูวัตถุดิบและค่าแรงอย่างใกล้ชิด เพราะสองรายการนี้จับต้องได้ ซื้อไม้เท่าไหร่ จ่ายค่าแรงเท่าไหร่ ดูจากสมุดบัญชีก็ชัดเจน แต่ค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร ค่าเช่าโรงงาน ค่าไฟฟ้า เงินเดือนฝ่ายควบคุมคุณภาพ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่าย "ทางอ้อม" นั้น เพราะไม่ได้เกิดใบแจ้งหนี้แยกต่างหากจากคำสั่งซื้อใดคำสั่งซื้อหนึ่ง เจ้าของกิจการจึงมักเลือกที่จะมองข้าม หรือปัดไปรวมกำกวมไว้ใน "ค่าใช้จ่ายในการบริหาร" โดยไม่เคยเฉลี่ยลงไปในสินค้าแต่ละชิ้นเลย ผลลัพธ์คือเจ้าของกิจการคิดว่าตัวเองกำลังทำกำไร แต่ที่จริงกำลังเอาต้นทุนที่มองไม่เห็นไปอุดหนุนลูกค้าอยู่โดยไม่รู้ตัว

ปัญหาของเฉิน เหว่ยหมิง ก็เป็นเช่นนี้เอง: ไม้สักและค่าแรงช่างคือต้นทุนทางตรง เพราะสามารถตามรอยได้ชัดเจนว่าเก้าอี้ตัวหนึ่งใช้ไม้เท่าไหร่ ใช้เวลาช่างกี่ชั่วโมง แต่ค่าไฟ ค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร ค่าตรวจสอบคุณภาพ ค่าเช่าคลังสินค้า คือต้นทุนทางอ้อม (ค่าใช้จ่ายการผลิต) ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ทั้งโรงงานร่วมกันแบกรับ ไม่สามารถระบุไปยังเก้าอี้ตัวใดตัวหนึ่งได้โดยตรง แต่กลับทำให้ต้นทุนของเก้าอี้แต่ละตัวสูงขึ้นจริงๆ

ทำอย่างไร

แยกให้ชัดก่อนว่าเงินไหน "มองเห็น" เงินไหน "มองไม่เห็น"

ขั้นตอนแรกของการสร้างโครงสร้างต้นทุน คือการนำเงินที่โรงงานจ่ายออกไปในแต่ละเดือนมากางออก แล้วแบ่งเป็นสามประเภท:

วัตถุดิบทางตรง คือวัตถุดิบที่จำเป็นต้องใช้ในการผลิตสินค้าชิ้นนั้นๆ และสามารถคำนวณปริมาณการใช้ได้ชัดเจน เช่น ไม้สัก หวาย อุปกรณ์โลหะ สีทาไม้ของเฉิน เหว่ยหมิง เกณฑ์ตัดสินง่ายมาก ถามตัวเองว่า "ถ้าไม่ทำสินค้าชิ้นนี้ เงินก้อนนี้จะไม่ถูกจ่ายออกไปใช่หรือไม่" ถ้าคำตอบคือใช่ นั่นคือวัตถุดิบทางตรง

ค่าแรงทางตรง คือค่าแรงของช่างที่ลงมือทำสินค้าชิ้นนั้นโดยตรง ช่างตัดไม้ ช่างประกอบ ช่างสานหวายนับรวม แต่เงินเดือนยาม แม่บ้านทำความสะอาด พนักงานบัญชีไม่นับ เพราะพวกเขาไม่ได้มีอยู่เพื่อเก้าอี้ตัวใดตัวหนึ่ง แต่มีอยู่เพื่อทั้งโรงงาน

ค่าใช้จ่ายการผลิต (ต้นทุนทางอ้อม) ได้แก่ ค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร ค่าเช่าโรงงาน ค่าน้ำค่าไฟ เงินเดือนฝ่ายควบคุมคุณภาพ การบริหารคลังสินค้า ค่าบำรุงรักษาเครื่องจักร เงินเหล่านี้เกิดขึ้นประจำหรือกึ่งประจำทุกเดือน เพื่อรองรับทั้งโรงงานและทุกคำสั่งซื้อ ไม่ใช่เพื่อเก้าอี้ตัวใดตัวหนึ่ง

ตามหา "ค่าใช้จ่ายที่มองไม่เห็น" ทีละรายการ

ยกตัวอย่างโรงงานฉีดพลาสติกแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ (ใช้ชื่อสมมติว่า "ไทซิ่ง พลาสติก") เจ้าของโรงงานเดิมทีก็คำนวณแค่เม็ดพลาสติกกับค่าแรงพนักงานควบคุมเครื่อง จนกระทั่งสำรวจใหม่ถึงพบว่าค่าใช้จ่ายทางอ้อมที่ต้องจ่ายเป็นประจำทุกเดือนมีอยู่ถึงหกรายการ: ค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรประมาณ 40,000 บาทต่อเดือน ค่าเช่าโรงงาน 35,000 บาท ค่าไฟฟ้า (เครื่องจักรกินไฟมาก) ประมาณ 28,000 บาท เงินเดือนฝ่าย QC 25,000 บาท ค่าบำรุงรักษาแม่พิมพ์ประมาณ 15,000 บาท ค่าบริหารคลังสินค้าและโลจิสติกส์ประมาณ 12,000 บาท รวมแล้วเกือบ 155,000 บาทต่อเดือน เมื่อเฉลี่ยลงไปในชิ้นงานที่ผลิตได้ 8,000 ชิ้นต่อเดือน แต่ละชิ้นต้องบวกต้นทุนเพิ่มอีกประมาณ 20 บาท ก่อนหน้านี้เจ้าของโรงงานไม่เคยคิด 20 บาทนี้เข้าไปในใบเสนอราคาเลย เท่ากับขายทุกชิ้นก็ขาดทุนเงียบๆ ไปทุกครั้ง

ประกอบสามส่วนกลับเป็นตารางต้นทุนที่สมบูรณ์

กลับมาที่เก้าอี้ของเฉิน เหว่ยหมิง: ไม้สัก 350 บาท (วัตถุดิบทางตรง) บวกค่าแรงช่าง 120 บาท (ค่าแรงทางตรง) รวมเป็น 470 บาท ถูกต้อง แต่นี่คือแค่ "ต้นทุนหลัก" เท่านั้น เมื่อนำค่าใช้จ่ายการผลิตของโรงงานในแต่ละเดือน (ค่าเสื่อมราคา ค่าเช่า ค่าไฟ ค่าตรวจสอบคุณภาพ ค่าเช่าคลังสินค้า) มารวมกันแล้วหารด้วยจำนวนเก้าอี้ที่ผลิตได้ในเดือนนั้น จะได้ว่าเก้าอี้แต่ละตัวต้องเฉลี่ยรับค่าใช้จ่ายการผลิตประมาณ 180 บาท รวมสามส่วนเข้าด้วยกัน ต้นทุนที่แท้จริงของเก้าอี้หนึ่งตัวคือ 650 บาท ไม่ใช่ 470 บาท เฉิน เหว่ยหมิง ที่เคยใช้ 470 บาทบวกกำไร 30 เปอร์เซ็นต์ แล้วเสนอราคา 610 บาท แท้จริงแล้วขายเก้าอี้ทุกตัวขาดทุนอยู่ 40 บาท

🔧 ลงมือทำกับ AI: การ์ดคำสั่งสำรวจต้นทุนแฝงในโรงงาน

ชุดคำสั่งด้านล่างนี้จะช่วยคุณสำรวจค่าใช้จ่ายทางอ้อมที่มักถูกมองข้ามในโรงงานออกมาให้ครบ พร้อมจัดหมวดหมู่เบื้องต้นเป็นวัตถุดิบทางตรง ค่าแรงทางตรง และค่าใช้จ่ายการผลิต เพียงกรอกรายการจริงของโรงงานคุณลงไปแล้วคุยกับ AI ก็จะได้ร่างโครงสร้างต้นทุนของกิจการคุณเอง

แม่แบบคำสั่ง
คุณคือที่ปรึกษาบัญชีต้นทุนที่เชี่ยวชาญธุรกิจ SME ภาคการผลิตในประเทศไทย
ช่วยฉันสำรวจโครงสร้างต้นทุนของโรงงาน โดยทำตามลำดับสามข้อนี้:

1. สินค้าของฉันคือ: [กรอกสินค้าของคุณ เช่น เก้าอี้ไม้สัก]
   วัตถุดิบทางตรงที่ฉันคำนวณอยู่ในปัจจุบันคือ: [ระบุรายการและจำนวนเงิน]
   ค่าแรงทางตรงที่ฉันคำนวณอยู่ในปัจจุบันคือ: [ระบุรายการและจำนวนเงิน]

2. ช่วยลิสต์ต้นทุนทางอ้อม (ค่าใช้จ่ายการผลิต) ที่ฉัน "อาจมองข้าม" อย่างน้อย 8 รายการ
   รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง: ค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร ค่าเช่าโรงงาน ค่าน้ำค่าไฟ
   เงินเดือนฝ่ายควบคุมคุณภาพ/QC ค่าบำรุงรักษาเครื่องจักร ค่าบริหารคลังสินค้าและโลจิสติกส์
   ค่าประกันภัย เงินเดือนหัวหน้างานทางอ้อม
   สำหรับแต่ละรายการ ช่วยอธิบายว่า "ทำไมจึงนับเป็นต้นทุนทางอ้อม ไม่ใช่ต้นทุนทางตรง"

3. สมมติว่าฉันผลิตได้เดือนละ: [กรอกจำนวน]
   ช่วยสาธิตวิธีนำต้นทุนทางอ้อมจากข้อ 2 มารวมกัน
   แล้วเฉลี่ยลงไปในสินค้าแต่ละชิ้น เพื่อคำนวณค่าใช้จ่ายการผลิตที่สินค้าแต่ละชิ้นควรแบกรับ

สุดท้ายช่วยสรุปเป็นตาราง: วัตถุดิบทางตรง / ค่าแรงทางตรง / ค่าใช้จ่ายการผลิต / ต้นทุนรวมที่แท้จริงของสินค้า

สิ่งที่ทำได้ภายในสัปดาห์นี้: เลือกสินค้าที่ขายดีที่สุดของโรงงานคุณสักหนึ่งรายการ ลิสต์รายการ "ต้นทุน" ที่คุณเคยคำนวณมาทั้งหมด แล้วเทียบกับคำสั่งด้านบน หาต้นทุนทางอ้อมอย่างน้อยห้ารายการที่คุณไม่เคยคำนวณเข้าไปเลย ยังไม่ต้องคำนวณตัวเลขเฉลี่ยให้แม่นยำ แค่ "เขียนมันออกมา" ก็คือการบ้านที่สำคัญที่สุดของบทเรียนนี้แล้ว

📎 ที่มาทางทฤษฎี: Alexander Hamilton Church, "The Proper Distribution of Establishment Charges" (1901) ผลงานคลาสสิกยุคแรกที่วางรากฐานการแบ่งแยก "ต้นทุนหลัก (prime cost)" กับ "ค่าใช้จ่ายโรงงาน (burden)" ในบัญชีต้นทุน ตำราบัญชีบริหารสมัยใหม่ยังคงใช้กรอบนี้ในการแบ่งต้นทุนสินค้าออกเป็นวัตถุดิบทางตรง ค่าแรงทางตรง และค่าใช้จ่ายการผลิต (ต้นทุนทางอ้อม) ดู Horngren, Datar & Rajan, Cost Accounting: A Managerial Emphasis กรณีโรงงานไทซิ่ง พลาสติกในบทความเป็นกรณีศึกษาประกอบเพื่อการอธิบายเท่านั้น

ถาม AI: บทความนี้ใช้กับการบริหารของคุณอย่างไร?
เนื้อหาสร้างโดย AI จากบทความนี้ โปรดใช้วิจารณญาณในการพิจารณาความถูกต้อง
ตอนถัดไป・บัญชีต้นทุน: รู้ต้นทุนจริงของสินค้าทุกชิ้น เก้าอี้ไม้สักของเจ้าของโรงงานที่เชียงใหม่ควรมีต้นทุนเท่าไหร่ ใบต้นทุนมาตรฐานที่ทำให้เลิกเดาราคา

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อรักษาการเข้าสู่ระบบและภาษา และเก็บพฤติกรรมการใช้งานเพื่อปรับปรุงบริการ คุณเลือกเฉพาะที่จำเป็นได้ นโยบายความเป็นส่วนตัว