คอร์ส หาเงินทุนได้: หลักสูตรบริหารวงจรจัดหาเงินทุน ตอนที่ 6/8 ตอน ดูสารบัญคอร์ส

ดอกเบี้ย 6% แต่จ่ายจริงเกือบ 12%: ต้นทุนแฝงของการกู้ยืมที่ไม่มีใครบอกคุณ

29/09/2025 289
≈7:55
ดอกเบี้ย 6% แต่จ่ายจริงเกือบ 12%: ต้นทุนแฝงของการกู้ยืมที่ไม่มีใครบอกคุณ
ภาพ/Photo by Jakub Żerdzicki on Unsplash

เจ้าของธุรกิจมักตัดสินใจกู้เงินจากตัวเลขดอกเบี้ยตัวเดียว แต่วิธีคิดดอกเบี้ยและเงื่อนไขแฝงต่างๆ อาจทำให้ต้นทุนจริงสูงกว่าที่คิดเกือบเท่าตัว บทเรียนนี้สอนวิธีคำนวณต้นทุนการกู้ยืมที่แท้จริงทั้งหมด

คุณเจ้เมี้ยง (陳美玲) เจ้าของโรงงานแปรรูปขนมและเส้นก๋วยเตี๋ยวในจังหวัดขอนแก่น ทำธุรกิจนี้มาสิบสองปีแล้ว ปีนี้เธอตัดสินใจซื้อสายการบรรจุสุญญากาศเครื่องที่สอง ประเมินว่าต้องใช้เงินสามล้านบาท เธอถือใบเสนอราคาไปถามสองแห่ง ธนาคารแห่งหนึ่งเสนอ "ดอกเบี้ยลอยตัว ผ่อนแบบลดต้นลดดอก" ที่ 8% ต่อปี ส่วนบริษัทไฟแนนซ์ท้องถิ่นที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-bank) เสนอ "ดอกเบี้ยคงที่" 6% ระยะเวลาสามปี ฟังดูถูกกว่าเห็นๆ สองเปอร์เซ็นต์ เธอแทบไม่คิดอะไรมากก็เซ็นสัญญากับที่ไม่ใช่ธนาคารทันที คิดว่าเงินที่ประหยัดได้พอจ่ายค่าล่วงเวลาพนักงานได้ครึ่งปี

ผ่อนไปได้ครึ่งปี เธอให้นักบัญชีเอาใบเสนอราคาทั้งสองแห่งมาคำนวณใหม่ ถึงได้พบว่าสัญญา "ดอกเบี้ยคงที่ 6%" นั้น เพราะใช้วิธีคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นเดิมทุกปีโดยไม่ลดตามที่ผ่อนไปแล้ว เมื่อแปลงเป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีกลับพุ่งไปเกือบ 12% เกือบเท่าตัวครึ่งของที่ธนาคารเสนอ ที่แย่กว่านั้น ในสัญญายังซ่อนค่าเบี้ยประกันอัคคีภัยที่ต้องทำเพิ่ม ค่าธรรมเนียมประเมินหลักประกัน และเงื่อนไขค่าปรับหากชำระคืนก่อนกำหนด ซึ่งตอนเซ็นสัญญาเธอไม่ได้อ่านละเอียด รวมทั้งหมดนี้เข้าด้วยกัน ถึงจะเป็นต้นทุนที่แท้จริงของเงินก้อนนี้

ทำไม

เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่เมื่อเปรียบเทียบแผนสินเชื่อ มักมองแค่ตัวเลขเดียว คือเปอร์เซ็นต์ดอกเบี้ย เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ แต่นี่ก็คือจุดที่มักเกิดปัญหามากที่สุด เพราะ "ดอกเบี้ย" กับ "ต้นทุนรวมของการกู้ยืม" เป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง ตรงกลางมีวิธีคิดดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ค่าประกัน ค่าค้ำประกัน เงื่อนไขผิดนัด ซึ่งกระจายอยู่คนละหน้าของสัญญา ไม่มีใครเอามารวมกันดู

มองจากกรอบการบริหารความเสี่ยงองค์กร COSO (COSO ERM, 2017) นี่คือตัวอย่างคลาสสิกของ "การระบุความเสี่ยงที่ไม่ครบถ้วน" องค์กรประเมินแค่ความเสี่ยงที่มองเห็นได้ชัดคือ "อัตราดอกเบี้ยสูงต่ำ" แต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน "โครงสร้างต้นทุนรวมของการกู้ยืม" เป็นรายการความเสี่ยงแยกต่างหาก อีกจุดอ่อนที่พบบ่อยคือการไม่แบ่งแยกหน้าที่ ในธุรกิจ SME จำนวนมาก คนที่เจรจาสินเชื่อ เซ็นสัญญา และอนุมัติเบิกใช้เงิน เป็นคนคนเดียวกัน (มักคือเจ้าของเองหรือผู้จัดการการเงิน) ไม่มีสายตาคู่ที่สองที่ทวนสอบสัญญาด้วยมุมมอง "ตารางเปรียบเทียบต้นทุน" จึงปล่อยให้ตัวเลขบนหน้าสัญญาพาไป

ทำอย่างไร

ขั้นที่หนึ่ง: แปลง "ดอกเบี้ยที่ประกาศ" ให้เป็น "อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี"

ในตลาดไทย การคิดดอกเบี้ยเงินกู้แบ่งหลักๆ เป็นสองแบบ แบบที่ธนาคารนิยมใช้คือ "ลดต้นลดดอก" (คิดดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือ ภาระจริงจะลดลงเรื่อยๆ ตามที่ผ่อน) และแบบที่บริษัทไฟแนนซ์นอกธนาคารนิยมใช้คือ "ดอกเบี้ยคงที่" (คิดดอกเบี้ยจากเงินต้นเดิมทุกปี แม้จะผ่อนไปมากแล้วก็ตาม) ตัวเลขเขียนว่า 6% เท่ากัน แต่ต้นทุนจริงที่คำนวณจากแบบดอกเบี้ยคงที่ มักสูงกว่าแบบลดต้นลดดอกถึง 70-90% ลองคำนวณจากกรณีของเจ้เมี้ยง เงินกู้สามล้านบาท ดอกเบี้ยคงที่ 6% ระยะสามปี ดอกเบี้ยรวมคือสามล้านคูณ 6% คูณ 3 ปี เท่ากับ 540,000 บาท เมื่อแปลงเป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีแล้วจะพุ่งไปใกล้ 12% นี่คือต้นทุนที่เธอต้องจ่ายจริง

เรียนคอร์สบังคับให้จบก่อน

เรียนคอร์สบังคับ 7 คอร์สให้จบก่อน (ตอนนี้ 0/7) เพื่อปลดล็อกคอร์สผู้จัดการทั้งหมด

ไปเรียนคอร์สบังคับ
ถาม AI: บทความนี้ใช้กับการบริหารของคุณอย่างไร?
เนื้อหาสร้างโดย AI จากบทความนี้ โปรดใช้วิจารณญาณในการพิจารณาความถูกต้อง
ตอนถัดไป・หาเงินทุนได้: หลักสูตรบริหารวงจรจัดหาเงินทุน บริหารการชำระหนี้: ทะเบียนหนี้หนึ่งแผ่น ไม่ต้องผวาทุกครั้งที่แบงก์โทรมา

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อรักษาการเข้าสู่ระบบและภาษา และเก็บพฤติกรรมการใช้งานเพื่อปรับปรุงบริการ คุณเลือกเฉพาะที่จำเป็นได้ นโยบายความเป็นส่วนตัว