คอลัมน์ บันทึกเหตุการณ์ AI เพื่อผู้บริหาร ตอนที่ 145/217 ตอน ดูสารบัญคอร์ส

DeepSeek เปิดตัว DeepSeekMath-V2 โมเดลให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ ทำคะแนน 118/120 ในการแข่งขัน Putnam

27/11/2025 222
4:37
DeepSeek เปิดตัว DeepSeekMath-V2 โมเดลให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ ทำคะแนน 118/120 ในการแข่งขัน Putnam

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2025 DeepSeek เปิดตัว DeepSeekMath-V2 โมเดลที่เชี่ยวชาญด้านการพิสูจน์และให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ ทำคะแนนได้ 118 จาก 120 คะแนนเต็มในการแข่งขัน William Lowell Putnam Mathematical Competition แซงหน้าคะแนนอ้างอิงของมนุษย์ที่บริษัทใช้เปรียบเทียบซึ่งอยู่ที่ 90 คะแนน

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2025 บริษัท AI สัญชาติจีน DeepSeek ได้เปิดตัวโมเดลใหม่ชื่อ DeepSeekMath-V2 ซึ่งเป็นโมเดลที่เชี่ยวชาญด้านการให้เหตุผลและการพิสูจน์ทางคณิตศาสตร์โดยเฉพาะ ข้อมูลผลทดสอบที่บริษัทเปิดเผยระบุว่า DeepSeekMath-V2 ทำคะแนนได้ 118 จากคะแนนเต็ม 120 ในการแข่งขัน William Lowell Putnam Mathematical Competition ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับมหาวิทยาลัยที่ยากที่สุดในโลก ข้อมูลเปรียบเทียบที่บริษัทเปิดเผยใช้ 90 คะแนนเป็นคะแนนอ้างอิงตัวแทนของมนุษย์ (ไม่ใช่สถิติสูงสุดตลอดกาลของการแข่งขันนี้ ซึ่งในประวัติศาสตร์เคยมีผู้ทำคะแนนเต็มมาแล้วหลายครั้ง) เมื่อเทียบกับเกณฑ์นี้ ผลงาน 118 คะแนนของ DeepSeekMath-V2 ก็ยังถือว่าแซงหน้าผลงานของนักคณิตศาสตร์มนุษย์ระดับแนวหน้าโดยทั่วไปอย่างชัดเจน

ทำไม Putnam จึงเป็นมาตรวัดที่หนักหน่วง

การแข่งขัน Putnam ไม่ใช่แบบทดสอบการคำนวณทั่วไป แต่เป็นการทดสอบที่ต้องการการพิสูจน์ทางคณิตศาสตร์อย่างเข้มงวด ผู้เข้าแข่งขันต้องเขียนกระบวนการพิสูจน์ที่สมบูรณ์และไม่มีช่องโหว่เชิงตรรกะ ไม่ใช่แค่ให้คำตอบสุดท้าย โจทย์ลักษณะนี้ถือเป็นจุดอ่อนของโมเดล AI มาโดยตลอด เพราะการพิสูจน์ต้องอาศัยความต่อเนื่องเชิงตรรกะในหลายขั้นตอน หากผิดพลาดแม้เพียงขั้นตอนเดียวก็ถือว่าไม่ผ่าน ไม่สามารถ "เดาคำตอบ" ให้ถูกต้องได้ การที่ DeepSeekMath-V2 ทำคะแนนใกล้เต็มในแบบทดสอบเช่นนี้ สะท้อนว่าห่วงโซ่การให้เหตุผลของโมเดลสามารถรักษาความสอดคล้องเชิงตรรกะในระยะยาวได้ ไม่ใช่เพียงการจับคู่รูปแบบเพื่อแก้โจทย์เท่านั้น

ความแตกต่างจากโมเดลคณิตศาสตร์รุ่นก่อน

ตลอดปีที่ผ่านมา บริษัทอย่าง OpenAI และ Google ต่างก็เคยแสดงผลงานโมเดลของตนในการแข่งขันคณิตศาสตร์ (เช่น IMO) แต่ส่วนใหญ่เน้นที่ "การได้คำตอบที่ถูกต้อง" มากกว่า "ความสมบูรณ์ของกระบวนการพิสูจน์" หากข้อมูลที่ DeepSeekMath-V2 เปิดเผยเป็นจริง ก็สะท้อนว่าวิธีการฝึกโมเดลสำหรับงานพิสูจน์ (ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบตนเองและการเรียนรู้แบบเสริมแรงในห่วงโซ่การให้เหตุผลหลายขั้นตอน) มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ DeepSeek ที่มุ่งพัฒนาความสามารถในการให้เหตุผลระดับสูงด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า ต่อเนื่องจากความก้าวหน้าด้านประสิทธิภาพของ DeepSeek-V3.2-Exp ก่อนหน้านี้ในปีเดียวกัน

ปฏิกิริยาจากวงการและนัยสำคัญ

ความสามารถในการพิสูจน์ทางคณิตศาสตร์ถือเป็นมาตรวัดสำคัญของ "การให้เหตุผลเชิงลึก" ของ AI เพราะยากที่จะอาศัยการจดจำข้อมูลจำนวนมากมาสร้างความได้เปรียบเหมือนงานถาม-ตอบทั่วไป หลังข่าวนี้เผยแพร่ วงการต่างตีความว่าเป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่ผู้พัฒนา AI สัญชาติจีนกำลังไล่ตามและแซงหน้าคู่แข่งในบางจุดของสนามโมเดลให้เหตุผล (reasoning model) โดยเฉพาะในโมเดลเฉพาะทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ที่ DeepSeek แสดงศักยภาพในการแข่งขันเทียบเท่า OpenAI และ Google

ความหมายต่อผู้บริหาร

สำหรับผู้บริหาร ประเด็นสำคัญของข่าวนี้ไม่ใช่แค่ "AI คำนวณคณิตศาสตร์เก่ง" แต่คือ AI กำลังเข้าใกล้และแซงหน้าระดับมนุษย์ในงานที่ต้องการการให้เหตุผลเชิงตรรกะหลายขั้นตอนอย่างเข้มงวด ความสามารถลักษณะนี้ในอนาคตอาจถูกนำไปใช้กับการวิเคราะห์และปรับปรุงห่วงโซ่อุปทาน การตรวจสอบแบบจำลองทางการเงิน หรือการวิเคราะห์คุณภาพที่ต้องอาศัยตรรกะที่รัดกุม จึงควรติดตามต่อไปว่าโมเดลให้เหตุผลลักษณะนี้จะออกจากห้องทดลองมาเป็นเครื่องมือที่ธุรกิจใช้งานได้จริงเมื่อใด

แบบทดสอบ: ยืนยันความเข้าใจ
5 บทความ · ตอบถูก 80% ผ่าน บันทึกลงโปรไฟล์การเรียนรู้ เข้าสู่ระบบเพื่อทำแบบทดสอบ
ถาม AI: บทความนี้ใช้กับการบริหารของคุณอย่างไร?
เนื้อหาสร้างโดย AI จากบทความนี้ โปรดใช้วิจารณญาณในการพิจารณาความถูกต้อง
ตอนถัดไป・บันทึกเหตุการณ์ AI เพื่อผู้บริหาร DeepSeek เปิดตัว V3.2 เวอร์ชันทางการ และ V3.2-Speciale รุ่นเฉพาะทางด้านการให้เหตุผล: กลไก Sparse Attention เพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนอีกขั้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อรักษาการเข้าสู่ระบบและภาษา และเก็บพฤติกรรมการใช้งานเพื่อปรับปรุงบริการ คุณเลือกเฉพาะที่จำเป็นได้ นโยบายความเป็นส่วนตัว