คอลัมน์ บันทึกเหตุการณ์ AI เพื่อผู้บริหาร ตอนที่ 63/217 ตอน ดูสารบัญคอร์ส

Google อัปเดตโมเดล Gemini 1.5 พร้อมนำ Gemini App เข้าสู่แผน Workspace สำหรับองค์กร

24/09/2024 242
4:11
Google อัปเดตโมเดล Gemini 1.5 พร้อมนำ Gemini App เข้าสู่แผน Workspace สำหรับองค์กร

Google เปิดตัวโมเดลเวอร์ชันอัปเดต Gemini-1.5-Pro-002 และ Flash-002 พร้อมประกาศนำ Gemini App แบบสแตนด์อโลนเข้าสู่แผน Workspace สำหรับองค์กรอย่างเป็นทางการ โดยอ้างข้อมูลว่าพนักงานประหยัดเวลาได้ 105 นาทีต่อสัปดาห์ และได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยหลายรายการ

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2024 Google ได้เปิดตัวโมเดลเวอร์ชันอัปเดตสองรุ่น ได้แก่ Gemini-1.5-Pro-002 และ Gemini-1.5-Flash-002 ซึ่งเป็นเวอร์ชันปรับปรุงของตระกูล Gemini 1.5 เดิม พร้อมกันนี้ Google ยังประกาศว่าแอปพลิเคชัน Gemini แบบสแตนด์อโลน (เว็บไซต์ gemini.google.com) ได้ถูกนำเข้าสู่แผนองค์กรของ Google Workspace ทั้งสามแผน ได้แก่ Business, Enterprise และ Frontline อย่างเป็นทางการ ทำให้ผู้ใช้งานองค์กรนอกจากจะได้ใช้ฟีเจอร์ AI ที่ฝังอยู่ในแอปพลิเคชันเดิมอย่าง Gmail เอกสาร และ Google Drive แล้ว ยังได้ช่องทาง AI แบบสนทนาแยกต่างหากอีกด้วย

การเปลี่ยนกลยุทธ์จาก "ฟีเจอร์ฝังตัว" สู่ "แอปพลิเคชันอิสระ"

ก่อนหน้านี้ Gemini for Workspace วางตำแหน่งตัวเองเป็นหลักในฐานะ "ฟีเจอร์เสริมที่ฝังอยู่ในซอฟต์แวร์สำนักงานเดิม" เช่น การร่างเนื้อหาในเอกสารโดยอัตโนมัติ หรือการสรุปอีเมลใน Gmail การนำ Gemini App แบบสแตนด์อโลนเข้ามารวมในแผนองค์กรครั้งนี้ สะท้อนว่า Google มองว่าผู้ใช้งานต้องการเครื่องมืออิสระที่สามารถสนทนา ซักถาม และระดมความคิดได้อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่รับคำแนะนำ AI แบบเชิงรับในเวิร์กโฟลว์เดิม ซึ่งแนวทางนี้ใกล้เคียงกับตรรกะผลิตภัณฑ์ของ ChatGPT Enterprise และ Microsoft Copilot Chat มากขึ้น

การรับรองมาตรฐานความปลอดภัยกลายเป็นเกณฑ์สำคัญของการนำไปใช้ในองค์กร

Google เน้นย้ำว่า Gemini for Workspace ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวระดับสากลหลายรายการ ทั้ง SOC 1/2/3, ISO 27001 และ ISO 27701 นับเป็นหนึ่งในโซลูชัน AI เชิงสร้างสรรค์กลุ่มแรกที่ได้รับการรับรองเหล่านี้ ผู้ดูแลระบบยังสามารถตั้งค่าการเก็บรักษาพรอมต์และเนื้อหาการตอบกลับได้จากหลังบ้าน สะท้อนว่าอุปสรรคใหญ่ที่สุดขององค์กรในการนำ AI เชิงสร้างสรรค์มาใช้ไม่ใช่ตัวฟีเจอร์เอง แต่คือความกังวลด้านธรรมาภิบาลข้อมูลและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ผู้ให้บริการต้องแก้ปัญหา "ใช้ได้หรือไม่" ก่อน จึงจะไปถึงขั้น "ใช้ดีหรือไม่"

ข้อมูลจากบริษัทเองที่นำไปสู่การตีความที่หลากหลาย

Google อ้างอิงผลสำรวจภายในว่าผู้ใช้งานที่ใช้ฟีเจอร์ AI ในตัวของ Workspace สามารถประหยัดเวลาได้เฉลี่ย 105 นาทีต่อสัปดาห์ ข้อมูลด้านผลิตภาพที่บริษัทรายงานเองลักษณะนี้มักขาดวิธีการตรวจสอบจากบุคคลที่สาม วงการจึงมองด้วยความระมัดระวัง แต่ก็สะท้อนว่าผู้ให้บริการคลาวด์แต่ละรายกำลังแข่งขันกันใช้ "การประหยัดเวลาที่วัดผลได้" เป็นแกนหลักทางการตลาดเพื่อโน้มน้าวองค์กรให้อัปเกรดแบบเสียเงิน

สำหรับผู้บริหาร ข่าวนี้มีนัยสำคัญคือ เมื่อองค์กรจัดซื้อเครื่องมือ AI รายการรับรองความปลอดภัยและฟีเจอร์การกำกับดูแลหลังบ้าน มักมีน้ำหนักต่อการผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยข้อมูลภายในมากกว่าความฉลาดของตัวโมเดลเอง จึงควรบรรจุไว้เป็นรายการตรวจสอบที่จำเป็นเมื่อประเมินผู้ให้บริการ AI

แบบทดสอบ: ยืนยันความเข้าใจ
5 บทความ · ตอบถูก 80% ผ่าน บันทึกลงโปรไฟล์การเรียนรู้ เข้าสู่ระบบเพื่อทำแบบทดสอบ
ถาม AI: บทความนี้ใช้กับการบริหารของคุณอย่างไร?
เนื้อหาสร้างโดย AI จากบทความนี้ โปรดใช้วิจารณญาณในการพิจารณาความถูกต้อง
ตอนถัดไป・บันทึกเหตุการณ์ AI เพื่อผู้บริหาร Meta เปิดตัว Llama 3.2 โมเดลโอเพนซอร์สรุ่นแรกที่มองเห็นภาพได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อรักษาการเข้าสู่ระบบและภาษา และเก็บพฤติกรรมการใช้งานเพื่อปรับปรุงบริการ คุณเลือกเฉพาะที่จำเป็นได้ นโยบายความเป็นส่วนตัว