เงินทุนมาจากไหน: ทางเลือกระหว่างเงินตัวเอง เงินกู้ และการรับผู้ถือหุ้น
งบประมาณปีหน้าจัดเสร็จแล้ว แต่ยังมีช่องว่างที่ต้องหาเงินมาเติม เงินตัวเอง เงินกู้ธนาคาร หรือรับผู้ถือหุ้นเข้ามา ต่างมีต้นทุนและจังหวะที่เหมาะต่างกัน บทนี้สอนให้คุณคำนวณต้นทุนที่แท้จริงของเงินแต่ละแบบในบริบทของ SME ไทย แล้วเลือกให้ถูก ไม่ใช่เลือกที่แพงที่สุด
ที่โรงงานแปรรูปอาหารย่านบางนา คุณ阿農เจ้าของกิจการกางตารางงบประมาณปีหน้าไว้บนโต๊ะ ยอดขายต้องโต ต้องเพิ่มสายการผลิตใหม่ แถมอยากสต๊อกวัตถุดิบเพิ่มอีกสามเดือนเพื่อล็อกราคา คำนวณสุดท้ายแล้วยังขาดอยู่สามล้านบาท ความคิดแรกคือควักเงินสดที่ค้างในบัญชีบริษัทออกมาให้หมด ความคิดที่สองคือโทรหาผู้จัดการลูกค้าสัมพันธ์ของธนาคารที่ทำมาหากินด้วยกัน ความคิดที่สามคือนึกถึงเพื่อนที่ทำการค้าคนหนึ่งซึ่งเคยบอกว่าอยากร่วมลงทุนถือหุ้นด้วย สามทางนี้หาเงินสามล้านได้ทั้งหมด แต่คุณ阿農รู้ดีว่า ถ้าเลือกผิดทาง กำไรที่หามาได้ปีหน้าอาจต้องเอาไปจ่ายค่าตอบแทนของทางเลือกนั้นจนหมด
ทำไม "เงินมีหลายแบบ ต้นทุนต่างกัน"
เจ้าของกิจการหลายคนคิดว่าการระดมทุนคือ "ขอให้ได้เงินมาก็พอ" แต่ลืมไปว่าเงินทุนทุกแบบมี "ต้นทุนของเงินทุน" ซ่อนอยู่ นั่นคือสิ่งที่คุณต้องจ่ายเมื่อใช้เงินก้อนนั้น นี่เป็นแนวคิดพื้นฐานที่สุดของการบริหารการเงิน และก็เป็นสิ่งที่ถูกมองข้ามบ่อยที่สุด เงินที่ถูกก็มีข้อจำกัดแบบถูก เงินที่สะดวกก็มีราคาที่ต้องจ่ายแบบสะดวก
เงินตัวเองดูเหมือน "ฟรี" แต่จริง ๆ ไม่ใช่ เพราะเงินก้อนนี้เอาไปทำอย่างอื่นหรือหาผลตอบแทนทางอื่นก็ได้ นี่เรียกว่าต้นทุนค่าเสียโอกาส เงินกู้ธนาคารมีดอกเบี้ยชัดเจน แต่ก็ผูกมากับหลักประกัน เงื่อนไขงบการเงิน และแรงกดดันที่ต้องผ่อนทุกเดือน ส่วนการรับผู้ถือหุ้นเข้ามาคือเงินที่ "ไม่ต้องคืน" แต่ราคาคือการยกกรรมสิทธิ์ส่วนหนึ่งของบริษัทและเงินปันผลในอนาคตให้ไปอย่างถาวร บางทีรวมถึงอำนาจตัดสินใจบางส่วนด้วย เงินสามแบบนี้ไม่มีแบบไหนดีที่สุดเสมอไป มีแต่ "ในจังหวะนี้ เรื่องนี้ เหมาะกับแบบไหน" ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือเอาต้นทุนของหุ้นระยะยาวไปอุดช่องว่างเงินหมุนระยะสั้น หรือกลับกัน เอาเงินกู้ระยะสั้นไปค้ำการลงทุนหนักที่ต้องใช้เวลาสามถึงห้าปีจึงคืนทุน
คำนวณให้ชัด แล้วเลือกอย่างไร
ขั้นแรก แยกให้ชัดว่า "เงินก้อนนี้เอาไปทำอะไร" เงินหมุนระยะสั้น (เติมวัตถุดิบ เงินสดที่ถูกลูกหนี้การค้ากดไว้) ใช้เครื่องมือระยะสั้น ส่วนการลงทุนระยะยาว (ซื้อเครื่องจักร เปิดสาขาใหม่ ขยายสายการผลิต) จึงค่อยใช้เงินทุนระยะยาว อายุของเงินต้องตรงกับอายุของการใช้งาน นี่คือการต่อยอดจากบทที่แล้วเรื่องงบกระแสเงินสด อย่าเอาเงินที่ต้องคืนภายในหนึ่งปีไปสร้างโรงงานที่ต้องใช้ห้าปีจึงคืนทุน
เรียนคอร์สบังคับ 7 คอร์สให้จบก่อน (ตอนนี้ 0/7) เพื่อปลดล็อกคอร์สผู้จัดการทั้งหมด
ไปเรียนคอร์สบังคับสมาชิกฟรีทำแบบทดสอบ คุยกับโค้ช AI ฟังบทความสะสมประวัติการเรียนรู้ สมัครรับ 100 พอยต์ทันที
สมัครฟรี