คอร์ส เฟรมเวิร์กการจัดการคลาสสิก ตอนที่ 10/20 ตอน ดูสารบัญคอร์ส

ตั้งเป้าหมายอย่างไรให้ทีมขยับจริง: ใช้หลักการบริหารแบบดรักเกอร์แตกเป้าหมายให้วัดผลได้

05/05/2025 348
3:37
ตั้งเป้าหมายอย่างไรให้ทีมขยับจริง: ใช้หลักการบริหารแบบดรักเกอร์แตกเป้าหมายให้วัดผลได้
ภาพ/Photo by Redd Francisco on Unsplash

เจ้าของบริษัทพูดว่า "ยกระดับคุณภาพ" "ขยายตลาด" แต่พอปลายปีไม่มีใครรู้ว่าสำเร็จหรือไม่ ตอนนี้จะพาไปรู้จักแนวคิดการบริหารโดยยึดวัตถุประสงค์ของปีเตอร์ ดรักเกอร์ ผสานหลักการ SMART แตกเป้าหมายกว้าง ๆ ให้กลายเป็นตัวเลขที่แผนกและรายบุคคลตรวจสอบตัวเองได้

ที่จังหวัดปทุมธานี มีโรงงานอาหารแช่แข็งขนาดกลางแห่งหนึ่งที่ส่งออกแกงไทยสำเร็จรูปไปหลายประเทศ เจ้าของคือคุณมาลี ทุกเดือนมกราคมเธอจะนัดหัวหน้าแผนกทั้งหมดมาประชุมวางเป้าหมายประจำปี ปีที่แล้วเธอเขียนบนไวท์บอร์ดสามข้อใหญ่ ๆ ว่า "ยกระดับคุณภาพ" "ขยายตลาด" "รักษาคนเก่งไว้ให้ได้" หัวหน้าแผนกกว่าสิบคนพยักหน้าเห็นด้วย แล้วก็แยกย้ายกันกลับไปทำงาน...แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริง

พอถึงปลายปี ประชุมสรุปผลงาน หัวหน้าฝ่ายควบคุมคุณภาพบอกว่า "ผมก็ระวังเรื่องคุณภาพตลอด" หัวหน้าฝ่ายขายบอกว่า "ตลาดก็วิ่งอยู่นะครับ" หัวหน้าฝ่ายบุคคลบอกว่า "อัตราคนลาออกก็พอ ๆ กับปีก่อน" ไม่มีใครโกหก แต่ก็ไม่มีใครรู้จริง ๆ ว่าปีนั้นตัวเองควรทำอะไรให้สำเร็จ และทำสำเร็จหรือยัง คุณมาลีเริ่มสงสัยว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่หัวหน้าแผนกไม่ขยัน แต่อยู่ที่เธอไม่เคยแปลคำว่า "ยกระดับคุณภาพ" ให้กลายเป็นสิ่งที่คนคนหนึ่งรับผิดชอบได้จริง และตรวจสอบได้จริง

ทำไม: เป้าหมายไม่ใช่สิ่งที่ตะโกนบอก แต่ต้องถูกแตกย่อยลงมา

Peter Drucker (ปีเตอร์ ดรักเกอร์) ปรมาจารย์ด้านการบริหาร เสนอแนวคิด "การบริหารโดยยึดวัตถุประสงค์" (Management by Objectives หรือ MBO) ไว้ในหนังสือ The Practice of Management (ปี 1954) โดยชี้ว่าปัญหาขององค์กรส่วนใหญ่ไม่ใช่การไม่มีทิศทาง แต่ทิศทางมักค้างอยู่แค่ระดับผู้บริหารสูงสุด ไม่เคยถูกแปลลงมาให้แต่ละระดับ แต่ละคนตรวจสอบตัวเองได้ ดรักเกอร์เน้นสองประเด็นสำคัญ ประเด็นแรกคือ "ทิศทางมาจากบนลงล่าง แต่การมีส่วนร่วมมาจากล่างขึ้นบน" เป้าหมายใหญ่ของบริษัทกำหนดโดยผู้บริหาร แต่เป้าหมายระดับแผนกและระดับบุคคลควรให้เจ้าตัวมีส่วนร่วมกำหนดเอง ไม่ใช่แค่ถูกสั่งลงมา ประเด็นที่สองคือ "การควบคุมตนเอง" (self-control) แทนที่จะเป็น "การถูกจับตาดู" เมื่อคนคนหนึ่งรู้ชัดว่าเป้าหมายและตัวชี้วัดของตัวเองคืออะไร เขาจะปรับพฤติกรรมของตัวเองโดยไม่ต้องให้หัวหน้าคอยจี้ทุกวัน

ต่อมาในปี 1981 ที่ปรึกษาชาวอเมริกัน George T. Doran ได้เสนอหลักการ SMART (เจาะจง Specific, วัดผลได้ Measurable, ทำได้จริง Achievable, สอดคล้อง Relevant, มีกรอบเวลา Time-bound) ในวารสารบริหารจัดการ เพื่อแปลงแนวคิดของดรักเกอร์ให้กลายเป็นเช็กลิสต์ที่ใช้งานง่าย และกลายเป็นเครื่องมือเขียนเป้าหมายที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดในโลกธุรกิจจนถึงทุกวันนี้

เรียนคอร์สบังคับให้จบก่อน

เรียนคอร์สบังคับ 7 คอร์สให้จบก่อน (ตอนนี้ 0/7) เพื่อปลดล็อกคอร์สผู้จัดการทั้งหมด

ไปเรียนคอร์สบังคับ
ถาม AI: บทความนี้ใช้กับการบริหารของคุณอย่างไร?
เนื้อหาสร้างโดย AI จากบทความนี้ โปรดใช้วิจารณญาณในการพิจารณาความถูกต้อง
ตอนถัดไป・เฟรมเวิร์กการจัดการคลาสสิก กลยุทธ์ไม่ผิด แต่ทำไมขับเคลื่อนไม่ได้ — McKinsey 7S ตามหาฟันเฟืองที่ติดขัดในองค์กร

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อรักษาการเข้าสู่ระบบและภาษา และเก็บพฤติกรรมการใช้งานเพื่อปรับปรุงบริการ คุณเลือกเฉพาะที่จำเป็นได้ นโยบายความเป็นส่วนตัว