สายการผลิตลื่นแล้ว แต่ยอดขายยังนิ่ง: เมื่อคอขวดย้ายไปอยู่ที่ตลาดและใจคน
หลังแก้คอขวดที่เครื่องจักรเสร็จ ถึงได้รู้ว่าตัวที่ถ่วงบริษัทจริงๆ ไม่ใช่เครื่องจักร แต่คือออเดอร์ที่ไม่พอ หรือกฎเก่าที่ไม่มีใครกล้าแตะ บทนี้พาทฤษฎีข้อจำกัดออกจากพื้นโรงงาน ไปสู่ตลาดและโครงสร้างภายในองค์กร
หกโมงเช้า คุณมล เจ้าของโรงงานมะม่วงอบแห้ง "บ้านสวนม่วง" ยืนอยู่กลางลานโรงงานที่จังหวัดระยอง มองกล่องสินค้าสำเร็จรูปที่กองสูงจรดเพดาน แต่กลับยิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้น สามเดือนก่อน เธอทำตามวิธีที่เรียนมาจากบทก่อน ๆ หาเครื่องจักรที่เป็นคอขวดในสายบรรจุภัณฑ์เจอ ติดตั้งระบบกลอง-เชือก และเก็บสต๊อกกันชนไว้ กำลังการผลิตพุ่งขึ้นถึงสามเท่า เธอนึกว่ายอดขายจะพุ่งตามไปด้วย แต่กลายเป็นว่าโกดังเต็มไปด้วยมะม่วงอบแห้ง ในขณะที่ออเดอร์ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนเลย "เครื่องจักรไม่ติดขัดแล้ว" เธอยิ้มขื่น ๆ "ทำไมกลายเป็นยอดขายติดขัดแทน"
อีกเรื่องที่กวนใจเธอมากกว่านั้น คือทีมขายเพิ่งปิดดีลใหญ่ได้สำเร็จ — ซูเปอร์มาร์เก็ตเชนหนึ่งในกรุงเทพฯ ตกลงจะวางมะม่วงอบแห้งของบ้านสวนม่วงบนชั้นวางของสาขาถึง 70 สาขา เซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว แต่สินค้ากลับส่งไม่ออก เพราะติดกฎเก่าของฝ่ายการเงินที่ว่า "ลูกค้าใหม่ทุกรายต้องให้ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินเซ็นอนุมัติวงเงินเครดิตด้วยตนเอง ใช้เวลาตรวจสอบ 30 วัน" กว่าจะอนุมัติเสร็จ ช่วงเวลาวางสินค้าบนชั้นก็ถูกซัพพลายเออร์รายอื่นแย่งไปแล้ว คุณมลถึงได้ตระหนักว่า สิ่งที่ถ่วงบริษัทไว้ ไม่ใช่เครื่องจักรตัวไหนในสายการผลิตอีกต่อไป แต่เป็นออเดอร์ที่รับไม่ได้จากฝั่งตลาด และกฎเก่าภายในองค์กรที่ไม่มีใครกล้าไปแตะ
ทำไม
เอลิยาฮู เอ็ม. โกลด์แรตต์ (Eliyahu M. Goldratt) ในหนังสือเล่มที่สองของเขา It's Not Luck (ปี 1994) ได้ขยายทฤษฎีข้อจำกัด (Theory of Constraints) จากพื้นโรงงาน ไปสู่ฝ่ายขาย การตลาด และระบบการบริหารทั้งองค์กร เขาชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงที่มักถูกมองข้าม: คอขวดไม่จำเป็นต้องเป็นเครื่องจักร มันอาจเป็น "ตลาดยอมซื้อได้แค่ไหน" หรืออาจเป็น "ข้อจำกัดเชิงนโยบาย" (policy constraint) — กฎที่ครั้งหนึ่งเคยตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาบางอย่าง แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นกำแพงที่ขวางผลผลิตที่มีประสิทธิผล (throughput) ของทั้งระบบ
สัญญาณที่บอกว่าคอขวดย้ายที่แล้วนั้นชัดเจนมาก ถ้าอัตราการใช้กำลังการผลิตเริ่มลดลง สินค้าสำเร็จรูปกองอยู่ในโกดังแทนที่จะเป็นงานระหว่างผลิตกองอยู่ในสายพาน นั่นแปลว่าคอขวดวิ่งออกไปนอกโรงงานแล้ว กลายเป็นปัญหาฝั่งตลาด — บริษัทผลิตได้ แต่ขายไม่ออก แต่ถ้ากำลังการผลิตและออเดอร์ดูเหมือนจะเพียงพอทั้งคู่ แต่กระบวนการยังคงติดขัดอยู่ดี ส่วนใหญ่มักเป็นเพราะข้อจำกัดเชิงนโยบายกำลังทำงานอยู่เบื้องหลัง — ขั้นตอนอนุมัติบางอย่าง ตัวชี้วัดผลงานบางตัว หรือกรอบความคิดแบบ "เราทำแบบนี้มาตลอด" ที่แอบจำกัดผลผลิตของทั้งระบบอยู่โดยไม่รู้ตัว ทั้งที่สิ่งที่มันปกป้องอยู่นั้น เล็กกว่าสิ่งที่มันขวางไว้ไปนานแล้ว
วิธีทำ
ดูตัวเลขก่อน เพื่อรู้ว่าคอขวดย้ายไปอยู่ตรงไหน
คุณมลใช้วิธี "จับให้มั่น ดูตัวเลขให้ชัด" ที่เรียนมาจากบทที่ 3 มองภาพรวมทั้งบริษัทแทนที่จะมองแค่สายการผลิต เธอดึงตัวเลขสามตัวออกมา ได้แก่ อัตราการใช้กำลังการผลิต จำนวนวันสต๊อกสินค้าสำเร็จรูป และอัตราการปิดการขายของทีมเซลส์ ผลลัพธ์ชัดเจนมาก — สายบรรจุภัณฑ์เดินเครื่องอยู่แค่ 60% เท่านั้น สต๊อกสินค้าสำเร็จรูปยืดจาก 12 วัน เป็น 45 วัน และทีมเซลส์โทรหาลูกค้าใหม่ 10 สาย ปิดการขายได้ไม่ถึง 1 สาย นี่คือสัญญาณว่าคอขวดไม่ได้อยู่ในโรงงานแล้ว แต่อยู่ที่ตลาด — บริษัทผลิตได้ในปริมาณที่มากกว่าที่ตลาดยอมรับซื้อไปมาก
เรียนคอร์สบังคับ 7 คอร์สให้จบก่อน (ตอนนี้ 0/7) เพื่อปลดล็อกคอร์สผู้จัดการทั้งหมด
ไปเรียนคอร์สบังคับสมาชิกฟรีทำแบบทดสอบ คุยกับโค้ช AI ฟังบทความสะสมประวัติการเรียนรู้ สมัครรับ 100 พอยต์ทันที
สมัครฟรี