คอร์ส ธรรมาภิบาลธุรกิจครอบครัว ตอนที่ 1/10 ตอน ดูสารบัญคอร์ส

รอยร้าวแรกระหว่างความรักกับระบบ: ทำไม "คนในครอบครัว" คุยกันยากที่สุด

30/10/2025 383
5:46
รอยร้าวแรกระหว่างความรักกับระบบ: ทำไม "คนในครอบครัว" คุยกันยากที่สุด
ภาพ/Photo by Vitaly Gariev on Unsplash

โรงงานน้ำตาลมะพร้าวเก่าแก่ในอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เจอรอยร้าวหลังคุณแม่ประกาศเรื่องสำคัญกลางวงข้าววันอาทิตย์ บทเรียนนี้ใช้ "โมเดลสามวงกลม" จากฮาร์วาร์ด อธิบายว่าทำไมตรรกะของครอบครัว หุ้นส่วน และการบริหาร ถึงขัดแย้งกันโดยธรรมชาติ พร้อมสอนวิธีเช็กว่าตอนนี้คุณกำลัง "สวมหมวก" ใบไหนอยู่

อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ขึ้นชื่อเรื่องตลาดน้ำ แต่ในซอยลึกนอกตัวตลาด โรงงานน้ำตาลมะพร้าว "ตั้งเฮ้ง" เปิดกิจการมาเกือบสี่สิบปีแล้ว คุณตั้งเฮ้งผู้ก่อตั้งเพิ่งส่งไม้ต่อให้ลูกทั้งสามคนเมื่อไม่กี่ปีก่อน ลูกสาวคนโตชื่อมาลีดูแลฝ่ายผลิต ลูกชายคนรองชื่อสมชายดูแลฝ่ายขาย ลูกคนเล็กชื่อพลอยดูแลฝ่ายการเงิน แต่จุดที่ตัดสินใจเรื่องสำคัญจริง ๆ ของบ้านนี้ ไม่ใช่ห้องประชุม แต่เป็นโต๊ะกลมที่ทั้งครอบครัวนั่งล้อมวงกินต้มไก่มะพร้าวกันทุกเที่ยงวันอาทิตย์

เดือนก่อน วันอาทิตย์เหมือนเคย คุณแม่ประกาศกลางวงข้าวว่าจะย้ายหลานชายมาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายขาย เหตุผลคือ "เขาตกงานอยู่บ้าน น่าสงสาร แล้วก็เป็นคนในครอบครัว ไว้ใจได้" สมชายไม่พูดอะไรตอนนั้น แต่หน้าบึ้งไปทั้งบ่าย เขาใช้เวลาสองปีกว่าจะขยายทีมขายจากสามคนเป็นสิบสองคน วางระบบประเมินผลงานรายเดือนขึ้นมาเอง ตอนนี้จะให้ญาติที่ไม่มีประสบการณ์โดดเข้ามาแบบนี้ แล้วเกณฑ์ประเมินผลจะยกเว้นให้หลานชายด้วยหรือเปล่า ฝ่ายมาลียิ่งปวดหัวหนักกว่า เพราะกำลังผลักดันให้น้ำตาลมะพร้าวเข้าช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่อย่างเซเว่นอีเลฟเว่นกับเทสโก้ โลตัส ซึ่งฝ่ายจัดซื้อของเขาต้องการเห็นผังองค์กรและการแบ่งหน้าที่ที่เป็นทางการ แต่กระบวนการตัดสินใจจริงของบ้านตั้งเฮ้ง ต่อให้เป็นคนในครอบครัวเองก็ยังบอกไม่ได้ชัดว่าใครมีอำนาจตัดสินสุดท้าย

นี่ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะของตระกูลตั้งเฮ้ง ธุรกิจครอบครัวทั่วโลกแทบทุกแห่งจะต้องเจอวันแบบนี้สักวัน คือวันที่กิจการโตจนต้องมีระบบ แต่คนในครอบครัวยังคงตัดสินใจด้วยตรรกะของความรักและความเป็นญาติพี่น้อง รอยร้าวแรกก็เกิดขึ้นตรงจุดนี้เอง

ทำไมถึงเป็นแบบนี้

ศาสตราจารย์เรนาโต ทากิยูริ และจอห์น เดวิส แห่งโรงเรียนธุรกิจฮาร์วาร์ด ได้เสนอกรอบแนวคิดที่ภายหลังถูกอ้างอิงอย่างกว้างขวางไว้ในงานวิจัยปี ค.ศ. 1982 เรียกว่า "โมเดลสามวงกลม" (Three-Circle Model) โดยชี้ว่าธุรกิจครอบครัวหนึ่งกิจการ แท้จริงแล้วดำรงอยู่ใน 3 ระบบที่แยกจากกันแต่ซ้อนทับกันได้ นั่นคือ วงครอบครัว วงความเป็นเจ้าของ และ วงการบริหารจัดการ คนคนหนึ่งอาจอยู่แค่วงเดียว เช่น เป็นผู้ถือหุ้นแต่ไม่ใช่ญาติและไม่ได้บริหาร หรืออาจยืนอยู่ตรงจุดที่สองวงหรือสามวงซ้อนทับกันพร้อมกันก็ได้ อย่างพี่น้องสามคนของตระกูลตั้งเฮ้ง ที่เป็นทั้งคนในครอบครัว ผู้ถือหุ้น และผู้บริหารตัวจริง ยืนอยู่ตรงกลางของภาพทั้งหมด

ปัญหาอยู่ตรงที่ตรรกะการทำงานของแต่ละวงนั้นขัดแย้งกันโดยธรรมชาติ วงครอบครัวยึดหลักความรักแบบไม่มีเงื่อนไขและความเท่าเทียม ลูกทุกคนควรได้รับการปฏิบัติเหมือนกัน ญาติเดือดร้อนก็ควรยื่นมือช่วย วงความเป็นเจ้าของยึดหลักผลตอบแทนจากเงินทุนและการควบคุมความเสี่ยง เงินต้องใช้ไปกับสิ่งที่คืนทุนได้ ผู้ถือหุ้นต้องรับผิดชอบต่อผลการลงทุน ส่วนวงการบริหารจัดการยึดหลักความสามารถและประสิทธิภาพ ตำแหน่งนั้นควรเป็นของคนที่ทำงานนั้นได้ดีที่สุด ไม่ใช่ของคนที่ "เป็นญาติกับใคร" คุณแม่ใช้ตรรกะของวงครอบครัว คือดูแลคนในบ้าน ไปตัดสินใจเรื่องที่จริง ๆ แล้วอยู่ในวงการบริหารจัดการ คือการแต่งตั้งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายขาย นี่คือเหตุผลที่สมชายรู้สึกไม่สบายใจ เขาไม่ได้รู้สึกว่าแม่ลำเอียง แต่รู้สึกว่ากติกาถูกเปลี่ยนไปโดยไม่มีใครบอกล่วงหน้า

ต่อมานักวิชาการอย่างเคลิน เกอร์ซิค และคณะ ได้ต่อยอดแนวคิดนี้ในหนังสือ Generation to Generation: Life Cycles of the Family Business ซึ่งตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1997 โดยชี้ว่าโจทย์ที่แท้จริงของการกำกับดูแลธุรกิจครอบครัว ไม่ใช่คำถามว่า "ควรใช้ระบบแทนความสัมพันธ์ในครอบครัวหรือไม่" แต่เป็นคำถามว่า "เมื่อไหร่ควรใช้ตรรกะของวงไหนในการตัดสินใจ" การแยกไม่ออกตรงนี้เอง คือรากของความขัดแย้งเกือบทั้งหมดในธุรกิจครอบครัว

ต้องทำอย่างไร

ฝึกถามตัวเองก่อนว่ากำลังสวมหมวกใบไหนอยู่

ครั้งต่อไปที่มีความเห็นไม่ตรงกันในวงครอบครัว อย่าเพิ่งรีบเถียงว่าใครถูกใครผิด ให้หยุดถามตัวเองก่อนว่าเรื่องนี้ควรใช้ตรรกะของวงไหนตัดสิน เป็นเรื่องญาติป่วยต้องการความช่วยเหลือหรือเปล่า (วงครอบครัว ควรใช้น้ำใจ) เป็นเรื่องจะลงทุนซื้อเครื่องรีดน้ำมะพร้าวใหม่หรือเปล่า (วงความเป็นเจ้าของ ควรพูดเรื่องผลตอบแทน) หรือเป็นเรื่องจะให้ใครเป็นหัวหน้าทีมขาย (วงการบริหารจัดการ ควรพูดเรื่องความสามารถและผลงาน) เมื่อจัดหมวดหมู่คำถามได้ก่อน ความขัดแย้งมักจะลดลงไปครึ่งหนึ่งทันที เพราะสิ่งที่ครอบครัวทะเลาะกันจริง ๆ มักไม่ใช่ "ควรช่วยญาติหรือไม่" แต่เป็น "เอาตรรกะของวงหนึ่งไปตัดสินเรื่องของอีกวงหนึ่งผิดที่ผิดทาง"

กรณีศึกษา: ลีกัมกี ใช้ "สภาครอบครัว" แยกการประชุมสามวงออกจากกัน

ลีกัมกี แบรนด์เครื่องปรุงรสชื่อดังจากฮ่องกง เป็นหนึ่งในกรณีศึกษาด้านการกำกับดูแลธุรกิจครอบครัวที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงบ่อยที่สุดในโลก หลังจากตระกูลลีเผชิญความขัดแย้งภายในครอบครัวอย่างรุนแรงในปี ค.ศ. 2003 พวกเขาได้ตั้ง "สภาครอบครัว" (Family Council) ขึ้นมา เพื่อแยกเรื่อง "ของครอบครัว" กับเรื่อง "ของบริษัท" ออกจากกันอย่างชัดเจน ทั้งในแง่การประชุมและการตัดสินใจ สภาครอบครัวจะดูแลเรื่องการศึกษา การส่งต่อรุ่น และอัตลักษณ์ของคนในตระกูล โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับการแต่งตั้งตำแหน่งในบริษัท ส่วนคณะกรรมการบริษัทและทีมบริหารจะทำงานตามมาตรฐานวิชาชีพ สมาชิกครอบครัวที่ต้องการเข้าทำงานในบริษัทก็ต้องผ่านเกณฑ์คุณสมบัติเดียวกับคนนอก ระบบที่แยกกันชัดเจนแบบนี้ ทำให้ลีกัมกีเติบโตจากโรงงานเครื่องปรุงรสระดับท้องถิ่น กลายเป็นกลุ่มธุรกิจครอบครัวระดับโลก โดยไม่แตกแยกในช่วงส่งต่อรุ่น

ตอนนี้ตระกูลตั้งเฮ้งยังไม่มีการแยกแบบนี้เลย โต๊ะข้าววันอาทิตย์คือห้องประชุมเดียวที่มี อารมณ์กับการตัดสินใจปนกันไปหมด นี่คือประเด็นปัญหาที่บทเรียนแรกนี้ต้องการชี้ให้เห็น ไม่ใช่ว่าคุณแม่ต้องเลิกรักหลานหรือเลิกดูแลญาติ แต่ต้องช่วยให้ทั้งครอบครัวมองเห็นก่อนว่า ในบ้านหนึ่งหลังมีวงกลมสามวงที่ตรรกะต่างกันซ้อนทับกันอยู่ สิ่งที่ทะเลาะกันบ่อยที่สุดไม่ใช่ "ใครถูกใครผิด" แต่คือ "หยิบตรรกะผิดวงมาใช้"

🔧 ลงมือทำกับ AI: แบบตรวจสุขภาพสามวงกลมของครอบครัว

ลองนำรายชื่อสมาชิกและตำแหน่งในธุรกิจครอบครัวของคุณไปให้ AI ช่วยวาด "แผนที่ตำแหน่งสามวงกลม" เบื้องต้น เพื่อดูว่าใครยืนอยู่ตรงจุดที่หลายวงซ้อนทับกัน และจุดไหนมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความขัดแย้งจากการใช้ตรรกะผิดวง คุณสามารถคัดลอกพรอมต์ด้านล่างนี้ไปใช้ได้เลย

เทมเพลตพรอมต์
ฉันบริหารธุรกิจครอบครัวอยู่ ช่วยใช้ "โมเดลสามวงกลมของธุรกิจครอบครัว" (วงครอบครัว/วงความเป็นเจ้าของ/วงการบริหารจัดการ) ช่วยวิเคราะห์เบื้องต้นให้ฉันหน่อย

นี่คือรายชื่อสมาชิกในธุรกิจครอบครัวของฉัน กรุณาระบุตามลำดับสำหรับแต่ละคน:
1. ชื่อและความสัมพันธ์ (เช่น พ่อ พี่สาวคนโต ลูกพี่ลูกน้อง)
2. เป็นสมาชิกในครอบครัวหรือไม่ (ใช่/ไม่ใช่)
3. ถือหุ้นหรือไม่ ถือประมาณกี่เปอร์เซ็นต์
4. ทำงานในบริษัทหรือไม่ ตำแหน่งอะไร

[วางรายชื่อสมาชิกครอบครัวของคุณตรงนี้]

ช่วยฉันทำสิ่งต่อไปนี้:
1. วิเคราะห์ว่าแต่ละคนอยู่ในวงไหน หรือจุดที่กี่วงซ้อนทับกัน
2. ชี้ว่าใครยืนอยู่ตรงกลางที่สามวงซ้อนทับกันพร้อมกัน คนกลุ่มนี้มีความเสี่ยงเผชิญความขัดแย้งด้านบทบาทมากที่สุด
3. วิเคราะห์ข้อขัดแย้งที่ฉันกำลังเจออยู่ตอนนี้ (อธิบายเหตุการณ์ขัดแย้งล่าสุดในครอบครัวหรือบริษัทของฉันสั้น ๆ ตรงนี้) ว่าเป็นการปะทะกันระหว่างตรรกะของวงไหนกับวงไหน
4. ให้คำถาม 3 ข้อที่ฉันควรถามตัวเองก่อนการประชุมครอบครัวครั้งต่อไป เพื่อให้ชัดเจนว่าควรใช้ตรรกะของวงไหนในการตัดสินใจ

สิ่งที่ทำได้ในสัปดาห์นี้: หยิบกระดาษมาวาดวงกลมสามวงที่ซ้อนทับกัน แล้วเขียนชื่อสมาชิกทุกคนในธุรกิจครอบครัวลงในวงที่เขาอยู่ ครั้งต่อไปที่มีความเห็นขัดแย้งกันในงานเลี้ยงครอบครัว อย่าเพิ่งรีบตอบโต้ ให้ถามตัวเองในใจก่อนว่า "ตอนนี้ฉันกำลังสวมหมวกใบไหนอยู่กันแน่"

📎 อ้างอิงทฤษฎี: Renato Tagiuri และ John A. Davis บทความ "Bivalent Attributes of the Family Firm" ปี ค.ศ. 1982 ผู้เสนอโมเดลสามวงกลม (Three-Circle Model) ของธุรกิจครอบครัว; Kelin E. Gersick และคณะ หนังสือ Generation to Generation: Life Cycles of the Family Business ปี ค.ศ. 1997 ซึ่งขยายกรอบแนวคิดนี้สู่การปฏิบัติจริง; กรณีศึกษาสภาครอบครัวของลีกัมกี อ้างอิงจากรายงานข่าวสาธารณะและวรรณกรรมด้านการกำกับดูแลธุรกิจครอบครัว

ถาม AI: บทความนี้ใช้กับการบริหารของคุณอย่างไร?
เนื้อหาสร้างโดย AI จากบทความนี้ โปรดใช้วิจารณญาณในการพิจารณาความถูกต้อง
ตอนถัดไป・ธรรมาภิบาลธุรกิจครอบครัว บัตรสามใบในตัวคนเดียว: วันนี้คุณสวมหมวกใบไหนตัดสินใจ?

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อรักษาการเข้าสู่ระบบและภาษา และเก็บพฤติกรรมการใช้งานเพื่อปรับปรุงบริการ คุณเลือกเฉพาะที่จำเป็นได้ นโยบายความเป็นส่วนตัว