ไมโครซอฟท์ทุ่มเดิมพัน 1 หมื่นล้านดอลลาร์ : เมื่อยักษ์ใหญ่มอง AI เป็นสาธารณูปโภค เจ้าของ SME ควรรับมืออย่างไร
วันนี้ไมโครซอฟท์ประกาศลงทุนระยะยาวระดับหมื่นล้านดอลลาร์ใน OpenAI เท่ากับเป็นการรับรองว่า AI คือโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่ของเล่น บทความนี้มองจากมุมเจ้าของกิจการขนาดกลางและเล็กในไทย พร้อมพาทำ ตารางประเมินการนำ AI มาใช้ ด้วย ChatGPT ที่ใช้งานได้จริงในเดือนมกราคม 2023
วันนี้พอเปิดข่าวขึ้นมา ก็เจอพาดหัวว่า «ไมโครซอฟท์ลงทุนระยะยาวระดับหมื่นล้านดอลลาร์ใน OpenAI» ท่านอาจจะเหมือนเจ้าของกิจการชาวไต้หวันและจีนส่วนใหญ่ที่ทำมาหากินอยู่ในไทย คือมองผ่านๆ แล้วปัดทิ้งไป คิดในใจว่า นั่นมันเกมของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ซีแอตเทิล จะมาเกี่ยวอะไรกับผมที่ต้องดูทั้งออเดอร์ ทวงหนี้ คุมไลน์ผลิต แถมควบทั้งฝ่ายบุคคลและคนขับรถทุกวัน แต่ถ้าท่านปัดข่าวนี้ทิ้งไปในฐานะเรื่องซุบซิบเทคโนโลยี ท่านอาจพลาดสัญญาณทางธุรกิจที่สำคัญที่สุดของต้นปี 2023 ก็เป็นได้
เจ้าของกิจการที่ต้องทำเองทุกอย่างไม่ได้ขาดข่าว แต่ขาด «วิจารณญาณ» ดังนั้นบทความนี้จะไม่พูดเรื่องเทคนิค แต่จะตอบเพียงคำถามเดียว คือ เมื่อบริษัทที่คิดเลขเก่งที่สุดแห่งหนึ่งของโลกยอมทุ่มเงินมหาศาลเดิมพันกับ AI ท่านในฐานะเจ้าของ SME ควรมอง AI ด้วยสายตาแบบไหน
หนึ่ง สิ่งที่ยักษ์ใหญ่ทุ่มลงไปไม่ใช่เงิน แต่คือ «ทิศทางของการเดิมพัน»
ไมโครซอฟท์ไม่ใช่องค์กรการกุศล ทุกการลงทุนต้องได้คืน การที่บริษัทระดับล้านล้านยอมเอาเงินระดับหมื่นล้านดอลลาร์ไปเดิมพันระยะยาวกับเครื่องมือแชทชื่อ ChatGPT ไม่ได้แปลว่า «ของเล่นนี้สนุกดี» แต่แปลว่า «เราตัดสินแล้วว่าเครื่องมือเพิ่มผลิตภาพในสิบปีข้างหน้าจะหน้าตาแบบนี้»
สำหรับเจ้าของ SME สัญญาณที่ควรอ่านให้ออกคือ นี่ไม่ใช่กระแสชั่วครั้งชั่วคราว แต่มีคนเอาเงินจริงมาค้ำประกัน «ความยั่งยืนระยะยาว» ของมัน กระแสนั้นเดี๋ยวก็จาง แต่โครงสร้างพื้นฐานไม่จาง ในขณะที่ท่านยังลังเลว่าจะเสียเวลาทั้งบ่ายมาทำความเข้าใจมันดีไหม คู่แข่งในอุตสาหกรรมที่ตัวใหญ่กว่าท่าน อาจกำลังคำนวณอยู่แล้วว่ามันช่วยลดต้นทุนแรงงานได้เท่าไร
สอง จงมอง AI เป็นน้ำเป็นไฟ ไม่ใช่ของเล่น
ลักษณะของของเล่นคือ เล่นเพลินได้พักหนึ่งก็ทิ้ง ลักษณะของน้ำและไฟคือ พอต่อเข้าระบบแล้ว ท่านจะถักทอมันเข้าไปในกระบวนการทำงานประจำวัน จนกลับไปเป็นแบบเดิมไม่ได้อีก
สัญญาณการเดิมพันก้อนใหญ่ของยักษ์ใหญ่ โดยเนื้อแท้กำลังบอกว่า «AI กำลังเปลี่ยนจากของเล่นมาเป็นสาธารณูปโภค» สำหรับ SME ที่ทำการผลิตหรือค้าส่งค้าปลีก ความหมายของการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นรูปธรรมมาก เมื่อการเขียนอีเมลทวงหนี้ภาษาอังกฤษ การจัดทำคำอธิบายสินค้า หรือการร่างตารางเปรียบเทียบราคาซัพพลายเออร์ สามารถสร้างฉบับร่างได้ภายในสามนาที สิ่งที่ท่านประหยัดได้จึงไม่ใช่ «ความสนุก» แต่คือชั่วโมงทำงานและค่าล่วงเวลาจริงๆ
การมอง AI ด้วยสายตานักลงทุน หมายความว่า อย่าถามว่า «มันสนุกไหม» แต่ให้ถามว่า «มันเข้ามาอยู่ในงานที่ผมทำซ้ำทุกวัน และช่วยกดต้นทุนต่อหน่วยลงได้หรือไม่»
สาม เวลาของเจ้าของ SME คือทรัพยากรที่หายากที่สุดจริงๆ
บริษัทใหญ่นำเครื่องมือใหม่มาใช้ คือ KPI ของแผนก แต่เจ้าของ SME นำเครื่องมือใหม่มาใช้ คือการเอาเวลานอนที่มีอยู่น้อยนิดไปแลก ก็เพราะท่านต้องทำเองทุกอย่างนี่แหละ คุณค่าของ AI ต่อท่านจึงยิ่งสูง เพราะสิ่งที่มันถนัดทดแทนที่สุด คือ «งานเขียนหนักๆ» ที่กินเวลาท่านมหาศาล แต่ไม่จำเป็นต้องให้เจ้าของตัดสินใจเอง
การจัดตารางไลน์ผลิตต้องเขียนเป็นใบส่งงานที่ชัดเจน ข้อความ Line ของลูกค้าต้องแปลเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษให้สุภาพเหมาะสม สิ้นเดือนต้องสรุปภาพรวมการดำเนินงานเป็นภาษาง่ายๆ ให้หุ้นส่วนอ่าน งานเหล่านี้ไม่ยาก แต่กินเวลามาก เมื่อยกงานประเภทนี้ออกไปได้ ท่านจึงจะมีเวลาทำสิ่งที่มีแต่เจ้าของเท่านั้นทำได้ คือ คุยลูกค้ารายใหญ่ ดูกระแสเงินสด และคิดก้าวต่อไป
สี่ ขอพูดให้ชัดก่อน ChatGPT วันนี้ทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้
ความซื่อตรงคือเส้นมาตรฐานของคอลัมน์นี้ ดังนั้นตรงนี้ต้องราดน้ำเย็นสักหน่อย ณ เดือนมกราคม 2023 ChatGPT (ซึ่งเบื้องหลังคือ GPT-3.5) ทำได้เพียงอย่างเดียวคือ «ข้อความเข้า ข้อความออก» และมีข้อจำกัดแข็งสามข้อ คือ มันเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อค้นข้อมูลล่าสุดไม่ได้ อ่านรูปภาพหรือไฟล์ที่ท่านอัปโหลดไม่ได้ และความรู้ของมันมีถึงแค่ปี 2021
นี่แปลว่า ท่านสั่งให้มันไปค้นอัตราแลกเปลี่ยนหรือราคาน้ำมันเป็นเงินบาทของวันนี้ไม่ได้ และโยนภาพถ่ายรายงานให้มันวิเคราะห์ก็ไม่ได้ สิ่งที่มันถนัดจริงๆ คือ «ท่านป้อนข้อมูลให้ แล้วมันช่วยเรียบเรียงและจัดระเบียบใหม่» ไม่ว่าจะร่าง แปล เขียนใหม่ ทำเป็นข้อๆ หรือเปลี่ยนน้ำเสียง เมื่อเห็นเส้นนี้ชัด ท่านจะได้ไม่คาดหวังเกินจริงจนผิดหวัง และไม่พลาดจุดที่มันช่วยประหยัดเวลาให้ท่านได้ตั้งแต่ตอนนี้
🔧 ลงมือทำกับ AI : ใช้ ChatGPT ร่าง «ตารางประเมินการนำ AI มาใช้»
สิ่งที่ยักษ์ใหญ่ทำด้วยเงินหมื่นล้านคือ «การตัดสินใจลงทุน» ท่านก็ทำการตัดสินใจลงทุนฉบับย่อของตัวเองได้ภายในสิบนาทีเช่นกัน อย่าตัดสินด้วยความรู้สึกว่าจะใช้ AI ดีไหม แต่ให้ ChatGPT ช่วยเรียงเกณฑ์การตัดสินให้ชัด เพียงวางพรอมต์ด้านล่างลงใน ChatGPT แล้วแทนที่ข้อความในวงเล็บด้วยสถานการณ์จริงของบริษัทท่าน
คุณคือที่ปรึกษาธุรกิจที่ช่วย SME ตัดสินใจนำเครื่องมือใหม่มาใช้ ข้อมูลบริษัทของผมมีดังนี้ - อุตสาหกรรม (เช่น ผลิตชิ้นส่วนโลหะในไทย / ค้าส่งค้าปลีกฮาร์ดแวร์) - จำนวนพนักงาน (เช่น 18 คน) - งานเขียนสามอย่างที่ผมใช้เวลามากที่สุดในแต่ละวัน (เช่น เขียนอีเมลลูกค้า จัดราคาซัพพลายเออร์ เขียนใบส่งงานไลน์ผลิต) ช่วยจัดทำ «ตารางประเมินการนำ AI มาใช้» เป็นตารางที่มีคอลัมน์ดังนี้ 1. งานที่มอบให้ AI ทำได้ 2. ชั่วโมงทำงานต่อสัปดาห์ที่ใช้อยู่ตอนนี้โดยประมาณ 3. ชั่วโมงที่คาดว่าจะประหยัดได้หลังนำมาใช้ 4. ความเสี่ยงหรือข้อจำกัด (เช่น ต้องให้คนตรวจซ้ำ ข้อมูลลับห้ามส่งออก) 5. ลำดับความสำคัญที่แนะนำ (สูง / กลาง / ต่ำ) สุดท้ายขอคำแนะนำเป็นรูปธรรมสามประโยคว่า «ควรเริ่มทดลองจากข้อไหนก่อน» กรุณาตอบเป็นภาษาไทย
ChatGPT เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่ได้ และไม่รู้รายละเอียดภายในบริษัทท่าน ดังนั้นชั่วโมงทำงานและสถานการณ์ในตาราง ขอให้ยึดตามข้อมูลที่ท่านป้อน แล้วตรวจแก้ด้วยตัวเองอีกรอบ คุณค่าของมันคือช่วยเรียง «คอลัมน์ที่ควรคิด» ให้ครบในครั้งเดียว ประหยัดเวลาที่ท่านต้องร่างตารางจากศูนย์
หนึ่งก้าวที่ทำได้ภายในสัปดาห์นี้
ไม่ต้องรีบนำมาใช้ทั้งบริษัท สัปดาห์นี้ทำเพียงเรื่องเดียว คือเลือกงานเขียนหนึ่งอย่างของท่านที่ «ทำซ้ำทุกสัปดาห์ กินเวลาที่สุด และไม่จำเป็นต้องให้เจ้าของตัดสินเอง» แล้วใช้พรอมต์ข้างต้นรันตารางประเมินหนึ่งรอบ จากนั้นหยิบอีเมลจริงหรือคำอธิบายหนึ่งชิ้นให้ ChatGPT ช่วยร่างฉบับแรก แล้วลองเทียบดูจริงๆ ว่า «เขียนเอง» กับ «แก้ฉบับร่างของ AI» อย่างไหนเร็วกว่า ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ วิจารณญาณของท่านต่อเงินหมื่นล้านของไมโครซอฟท์ ก็จะเปลี่ยนจากข่าว มาเป็นประสบการณ์ของท่านเอง
สมาชิกฟรีทำแบบทดสอบ คุยกับโค้ช AI ฟังบทความสะสมประวัติการเรียนรู้ สมัครรับ 100 พอยต์ทันที
สมัครฟรี