คอร์ส แก่นการจัดการสมัยใหม่ ตอนที่ 12/12 ตอน ดูสารบัญคอร์ส

เวลาของผู้บริหาร ตัดสินความสำเร็จหรือล้มเหลวขององค์กร

19/02/2025 221
8:30
เวลาของผู้บริหาร ตัดสินความสำเร็จหรือล้มเหลวขององค์กร

ประชุม ข้อความ งานดับไฟ เติมเต็มทั้งวัน จนไม่มีที่ว่างให้เรื่องสำคัญจริง ๆ แนวคิด "บันทึกเวลา" ของดรักเกอร์ และ Eisenhower Matrix ช่วยให้คุณเห็นความจริงก่อน แล้วปกป้องเวลาก้อนใหญ่ไว้ตัดสินใจและพัฒนาคน — บทสรุปส่งท้ายทั้งสิบสองบทเรียน

แปดโมงครึ่งเช้า คุณเดินเข้าออฟฟิศ ปฏิทินงานเต็มไปจนถึงหนึ่งทุ่ม — ประชุมสี่รอบ โทรคุยกับลูกค้าสองสาย ข้อความ LINE ที่รอตอบเต็มหน้าจอ พอบ่ายสามโมง คุณเพิ่งนึกได้ว่าร่างแผนกลยุทธ์ปีหน้าที่ต้องส่งเจ้านาย ยังไม่ได้เขียนสักตัวอักษร คุณไม่ได้ขี้เกียจ คุณ "จัดการ" มาทั้งวัน แต่ไม่มีสักนาทีที่ได้ "คิด" จริง ๆ ตอนเก็บของกลับบ้าน คุณถามตัวเองว่า วันนี้ฉันทำอะไรที่สำคัญจริง ๆ ไปบ้าง?

ทำไม: จัดการเวลาไม่ได้ ก็จัดการอะไรไม่ได้เลย

ปีเตอร์ ดรักเกอร์ (Peter Drucker) เขียนไว้ในหนังสือคลาสสิกด้านการบริหาร The Effective Executive (1966) ว่า เวลาเป็นทรัพยากรที่หายากที่สุดของผู้บริหาร และเป็นทรัพยากรเดียวที่เพิ่มไม่ได้ — คุณหาคนเพิ่มได้ หาเงินเพิ่มได้ แต่วันหนึ่งมีแค่ 24 ชั่วโมงเท่าเดิม เขาเสนอว่าผู้บริหารที่มีประสิทธิผลไม่ได้เริ่มจากคำถาม "ควรทำอะไร" แต่เริ่มจาก "บันทึกก่อนว่าเวลาของตัวเองหมดไปกับอะไรบ้าง" — บันทึกต่อเนื่องสองถึงสามสัปดาห์ เผชิญหน้ากับความจริงอย่างตรงไปตรงมา ส่วนใหญ่มักพบว่าห่างจากที่คิดไว้มาก หลังจากบันทึกแล้ว ขั้นต่อไปคือตัดสิ่งที่ไม่จำเป็น มอบหมายได้ก็มอบหมาย รวมงานที่ซ้ำซ้อนเข้าด้วยกัน สุดท้ายเอาเวลาที่เคลียร์ได้มา "รวมเป็นก้อนใหญ่" ให้กับงานที่สำคัญจริง ๆ เพราะการคิดเชิงกลยุทธ์หรือการพัฒนาคน ทำไม่ได้ด้วยเวลาสิบนาทีที่แบ่งเป็นชิ้น ๆ ต้องมีช่วงเวลาต่อเนื่องที่ไม่ถูกขัดจังหวะ

อีกเครื่องมือที่ผู้บริหารมักพูดถึงคือตาราง "สำคัญ vs เร่งด่วน" สี่ช่อง ที่วงการเรียกกันติดปากว่า "Eisenhower Matrix" ที่มาของชื่อนี้ย้อนไปถึงสุนทรพจน์ปี 1954 ของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ดไวต์ ไอเซนฮาวร์ (Dwight Eisenhower) ที่กล่าวว่า "ผมมีปัญหาสองแบบ คือเรื่องเร่งด่วนกับเรื่องสำคัญ เรื่องเร่งด่วนมักไม่สำคัญ ส่วนเรื่องสำคัญมักไม่เร่งด่วน" ต่อมานักวิชาการด้านการบริหาร สตีเฟน โควีย์ (Stephen Covey) นำแนวคิดนี้มาพัฒนาเป็นตารางสี่ช่องที่เรารู้จักกันในหนังสือ The 7 Habits of Highly Effective People (สำคัญและเร่งด่วน / สำคัญไม่เร่งด่วน / เร่งด่วนไม่สำคัญ / ไม่สำคัญไม่เร่งด่วน) จนกลายเป็นกรอบจัดลำดับความสำคัญที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน

สองแนวคิดนี้จริง ๆ แล้วเป็นคนละด้านของเรื่องเดียวกัน ดรักเกอร์บอกให้คุณ "มองความจริงให้เห็นก่อนว่าเวลาหายไปไหน" ส่วนตารางของโควีย์บอกว่า "พอเห็นแล้ว จะจัดหมวดหมู่และตัดสินใจเลือกอย่างไร"

ทำอย่างไร: บันทึกก่อน แล้วจัดหมวดหมู่ สุดท้ายปกป้องเวลาก้อนใหญ่

ขั้นที่หนึ่ง บันทึกการใช้เวลาจริงหนึ่งสัปดาห์ ไม่ต้องใช้เครื่องมือหรูหรา ปฏิทินหรือกระดาษแผ่นเดียวก็พอ ก่อนเลิกงานทุกวันใช้เวลาห้านาทีเขียนตามความจริงว่าวันนี้เวลาหมดไปกับสี่หมวดใหญ่อะไรบ้าง คือ ประชุม ข้อความด่วนและงานดับไฟ งานคิดและตัดสินใจที่เป็น "หน้าที่ของผู้บริหาร" จริง ๆ และอื่น ๆ ผู้บริหารส่วนใหญ่พอทำครั้งแรกจะตกใจ เพราะเวลาที่ใช้คิดและตัดสินใจจริง ๆ มักไม่ถึงหนึ่งในสิบ

ขั้นที่สอง ใช้ตาราง "สำคัญ vs เร่งด่วน" กรองใหม่ กางรายการทั้งสัปดาห์ออกมา แล้วถามตัวเองสามคำถาม เรื่องนี้ "สำคัญไม่เร่งด่วน" จัดเวลาตายตัวในปฏิทินได้ไหม (แทนที่จะเลื่อนไปเรื่อย ๆ)? เรื่องนี้ "เร่งด่วนไม่สำคัญ" มอบหมายให้ทีมทำแทนตัวเองได้ไหม? เรื่องนี้ "ไม่สำคัญไม่เร่งด่วน" ตัดทิ้งไปเลยได้ไหม?

ขั้นที่สาม ขั้นที่คนมักมองข้ามที่สุด คือ "ล็อก" เวลาก้อนใหญ่ไว้ ทำเครื่องหมายในปฏิทินทุกสัปดาห์ ให้มีเช้าวันหนึ่งหรือสองวันเป็น "ห้ามนัด" เอาไว้คิดกลยุทธ์หรือพัฒนาคนอย่างจริงจัง ปกป้องมันเหมือนปกป้องการประชุมสำคัญ อย่ายอมให้ใครมาแทรกกลางคันง่าย ๆ

กรณีศึกษาระดับสากล: ฮาร์วาร์ดติดตามซีอีโอ 27 คน สะสมเวลา 6 หมื่นชั่วโมง

ศาสตราจารย์ไมเคิล พอร์เตอร์ (Michael Porter) และนิติน โนห์เรีย (Nitin Nohria) แห่งฮาร์วาร์ดบิสสิเนสสคูล เริ่มติดตามซีอีโอบริษัทขนาดใหญ่ 27 คนตั้งแต่ปี 2006 บันทึกตารางเวลาต่อเนื่อง 13 สัปดาห์ ตลอด 24 ชั่วโมง สะสมข้อมูลเวลาโดยตรงกว่าหกหมื่นชั่วโมง ผลวิจัยตีพิมพ์ในบทความ "How CEOs Manage Time" ใน Harvard Business Review และได้รับรางวัลบทความยอดเยี่ยมของปีนั้น งานวิจัยพบช่องว่างที่ซีอีโอหลายคนเองก็ไม่รู้ตัว คือพวกเขาคิดว่าใช้เวลากับลูกค้าเยอะ แต่บันทึกจริงกลับน้อยกว่านั้นมาก ส่วนที่กินเวลามากที่สุดคือการประชุมแบบเจอหน้ากัน เฉลี่ยเกินหกสิบเปอร์เซ็นต์ของชั่วโมงทำงาน บทเรียนสำคัญที่สุดของงานวิจัยนี้คือ ถ้าไม่บันทึก ภาพที่คุณจินตนาการเกี่ยวกับเวลาของตัวเองอาจไม่ตรงกับความจริงเลย

กรณีศึกษาในไทย: เวลาที่ประชุมกินไป มากกว่าที่คุณคิด

สื่อเศรษฐกิจไทยอย่าง Bangkokbiznews เคยอ้างอิงงานวิจัยที่ชี้ว่า "ยิ่งประชุมเยอะ คุณภาพการตัดสินใจกลับยิ่งแย่ลง" สะท้อนปัญหาวัฒนธรรมการประชุมที่พบทั่วไปในองค์กรไทย คือประชุมทุกวันเป็นประจำโดยไม่ดูว่าจำเป็นหรือไม่ บังคับให้ทุกคนเข้าร่วม จนสมาธิของผู้เข้าประชุมลดลง การประชุมกลายเป็นการพูดคนเดียวของผู้บริหารมากกว่าการหารือจริง นอกจากนี้ยังมีผลสำรวจชี้ว่า ผู้บริหารไทยจำนวนไม่น้อยใช้เวลาประชุมต่อสัปดาห์เกือบ 18 ชั่วโมง คิดเป็นกว่าสี่สิบเปอร์เซ็นต์ของชั่วโมงทำงานทั้งสัปดาห์ เบียดเวลาที่ควรใช้ตัดสินใจจริง ๆ ออกไป ซึ่งสอดคล้องกับผลวิจัยของฮาร์วาร์ด คือเวลาที่อยู่ในห้องประชุมนาน ไม่ได้แปลว่าตัดสินใจได้ดี สิ่งสำคัญคือมีเวลา "ไม่ประชุม ไม่ดับไฟ" ไว้คิดจริง ๆ หรือเปล่า

🔧 AI ลงมือทำ: เครื่องมือสำรวจเวลา + จัดลำดับเรื่องสำคัญใหม่

คัดลอกข้อความด้านล่างส่งให้ "ผู้บริหาร AI" แปะปฏิทินหรือรายการงานของสัปดาห์นี้ให้ ระบบจะช่วยจัดหมวดหมู่ ชี้ว่ารายการไหนตัดทิ้งหรือมอบหมายได้ และแนะนำว่าควรล็อกช่วงเวลาไหนไว้

แม่แบบพรอมต์
คุณคือโค้ชด้านการบริหารเวลาของฉัน นี่คือปฏิทิน/รายการงานสัปดาห์นี้ของฉัน (แปะเนื้อหาตรงนี้):
[แปะเนื้อหา]

ช่วยฉัน:
1. ทำเครื่องหมายแต่ละรายการว่าเป็น "สำคัญและเร่งด่วน" "สำคัญไม่เร่งด่วน" "เร่งด่วนไม่สำคัญ" หรือ "ไม่สำคัญไม่เร่งด่วน"
2. สำหรับรายการ "เร่งด่วนไม่สำคัญ" แนะนำว่าควรมอบหมายให้ใคร มอบหมายอย่างไร
3. สำหรับรายการ "ไม่สำคัญไม่เร่งด่วน" ระบุเหตุผลที่ตัดทิ้งหรือปฏิเสธได้เลย
4. สำหรับรายการ "สำคัญไม่เร่งด่วน" แนะนำว่าควรล็อกวันไหน ช่วงเวลาไหนไว้ทำอย่างตั้งใจ
5. สรุปท้ายด้วยประโยคเดียวว่า สัปดาห์นี้ฉันควรปกป้องช่วงเวลาไหนมากที่สุด

สิ่งที่ทำได้สัปดาห์นี้ และประโยคเดียวจากสิบสองบทเรียน

สัปดาห์นี้ ยังไม่ต้องรีบเปลี่ยนอะไร แค่ห้าวันติดต่อกัน ก่อนเลิกงานทุกวันใช้เวลาห้านาทีบันทึกตามความจริงว่าวันนี้เวลาหมดไปกับสี่หมวดไหนบ้าง พอบันทึกเสร็จแล้วค่อยพูดเรื่องการตัดสินใจเลือก คุณจะพบว่าแค่ "มองเห็นความจริง" ขั้นตอนเดียวนี้ ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงแล้ว

จากบทเรียนแรกจนถึงวันนี้ สิ่งที่คอร์สนี้อยากฝากไว้กับคุณมีเพียงประโยคเดียว การบริหารจัดการ พูดให้ถึงที่สุดคือ กำหนด "เป้าหมาย" ให้ชัดเจน ปล่อย "อำนาจ" ออกไปให้ทีม ให้ "ฟีดแบ็ก" ได้ตรงจุด และเก็บเวลาไว้สำหรับ "การตัดสินใจ" ของตัวเอง — ทำสี่เรื่องนี้ให้ถูกต้อง ทีมจะเดินหน้าไปเองได้ แนวคิดเหล่านี้ไม่มีสักข้อที่เป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ล้วนเป็นสิ่งที่ศาสตร์การบริหารพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้จริงมาร้อยกว่าปี ความต่างที่แท้จริงไม่เคยอยู่ที่ "รู้หรือไม่รู้" แต่อยู่ที่ "ใช้หรือไม่ใช้" คอร์สนี้จบลงตรงนี้ แต่การเรียนรู้ที่แท้จริงเริ่มต้นตั้งแต่คุณนำแนวคิดแรกไปใช้กับงานพรุ่งนี้

📎 ที่มาแนวคิด: "บันทึกเวลา จัดการเวลา รวมเวลาเป็นก้อน" จาก ปีเตอร์ ดรักเกอร์ (Peter Drucker) หนังสือ The Effective Executive (1966); ตาราง "สำคัญ vs เร่งด่วน" มาจากคำกล่าวของดไวต์ ไอเซนฮาวร์ (Dwight Eisenhower) ในสุนทรพจน์ปี 1954 พัฒนาต่อโดยสตีเฟน โควีย์ (Stephen Covey) ในหนังสือ The 7 Habits of Highly Effective People เรียกกันทั่วไปว่า Eisenhower Matrix; งานวิจัยเวลาซีอีโอของฮาร์วาร์ด: Michael E. Porter, Nitin Nohria, "How CEOs Manage Time," Harvard Business Review, 2018 (เผยแพร่สาธารณะ ได้รับรางวัล HBR McKinsey Award ปีนั้น); กรณีศึกษาวัฒนธรรมประชุมไทย: รายงานของสื่อ Bangkokbiznews (เผยแพร่สาธารณะ)

บทความนี้เขียนโดยกองบรรณาธิการ "ผู้บริหาร AI" กรณีศึกษาและการตีความเป็นงานเขียนร่วมสมัยต้นฉบับ ผู้รับผิดชอบเนื้อหา: วีรพล

แบบทดสอบ: ยืนยันความเข้าใจ
5 บทความ · ตอบถูก 80% ผ่าน บันทึกลงโปรไฟล์การเรียนรู้ เข้าสู่ระบบเพื่อทำแบบทดสอบ
ถาม AI: บทความนี้ใช้กับการบริหารของคุณอย่างไร?
เนื้อหาสร้างโดย AI จากบทความนี้ โปรดใช้วิจารณญาณในการพิจารณาความถูกต้อง
บทความถัดไป อ่านบทความบริหารมาเป็นร้อยเรื่อง แต่บริษัทยังเหมือนเดิม? หวังหยางหมิง (王陽明) บอกไว้ตั้งแต่ 500 ปีก่อน

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อรักษาการเข้าสู่ระบบและภาษา และเก็บพฤติกรรมการใช้งานเพื่อปรับปรุงบริการ คุณเลือกเฉพาะที่จำเป็นได้ นโยบายความเป็นส่วนตัว