ลูกงอแงแบบนี้ อย่าใช้ "โหมดแก้วิกฤต" แบบออฟฟิศมาดับไฟที่บ้าน
ผู้บริหารมักถนัดหาสาเหตุ วางแผนแก้ปัญหา แล้วสั่งการทันทีเมื่อเจอวิกฤต แต่วิธีนี้กลับใช้ไม่ได้ผลเลยเมื่อลูกอารมณ์เป็นพายุ บทเรียนนี้พาไปรู้จักทฤษฎี "โค้ชอารมณ์" ของ John Gottman และเทคนิค "เรียกชื่ออารมณ์เพื่อสยบมัน" ของ Daniel Siegel พร้อม 3 ขั้นตอนที่ทำได้จริงในสัปดาห์นี้
สองทุ่มครึ่ง คุณเอกผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการโรงงานชิ้นส่วนรถยนต์ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง เพิ่งวางสายประชุมด่วนทางวิดีโอ ลูกค้ารายใหญ่โทรมาต่อว่าเรื่องส่งของช้าไปสามวัน เขาจัดการเรื่องนี้ในห้องประชุมได้ภายในสิบห้านาที ถามสาเหตุ วางสามทางเลือกแก้ปัญหา ตัดสินใจ แล้วมอบหมายงานทันที ทีมงานสงบ ปัญหาคลี่คลาย
พอกลับถึงบ้าน น้องพลอยลูกสาววัยหกขวบนอนร้องไห้กระทืบเท้าอยู่กลางพื้น เพราะหอคอยตัวต่อที่ต่อไว้ถูกน้องชายน้องปันชนล้ม คุณเอกสลับโหมดเป็น "แก้วิกฤต" ทันทีโดยไม่รู้ตัว เขาพูดว่า "ร้องทำไม ตัวต่อล้มก็ต่อใหม่สิ ดูนี่ เสร็จแล้ว" แล้วก้มลงต่อตัวต่อกลับคืนในไม่กี่วินาที ยื่นให้ลูกสาว แต่น้องพลอยกลับร้องดังขึ้นกว่าเดิม จนสุดท้ายปัดตัวต่อทั้งกองล้มกระจาย คุณเอกงงไปเลย วิธีที่ใช้ได้ผลทุกครั้งในออฟฟิศ ทำไมพังไม่เป็นท่าที่บ้านของตัวเอง
คุณเอกไม่ใช่กรณีพิเศษ พ่อแม่ที่ตำแหน่งบริหารยิ่งสูง ยิ่งมักเข้าใจผิดว่าการ "แก้ปัญหา" คือการแสดงความรัก โดยไม่ทันสังเกตว่าตอนที่ลูกงอแง สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่คำตอบ แต่คือคนที่ยอมก้มลงมารับพายุอารมณ์ในใจเขาก่อน
ทำไมถึงเป็นแบบนี้
แดเนียล ซีเกล (Daniel Siegel) จิตแพทย์และศาสตราจารย์คลินิกจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) เขียนร่วมกับทีนา เพย์น ไบรสัน (Tina Payne Bryson) ในหนังสือ The Whole-Brain Child ปี 2011 เสนอว่าสมองของเด็กแบ่งเข้าใจง่ายๆ ได้เป็น "สมองชั้นบน" กับ "สมองชั้นล่าง" สมองชั้นบนทำหน้าที่เหตุผล การตัดสินใจ การแก้ปัญหา ซึ่งเป็นส่วนที่ผู้บริหารถนัดที่สุดในออฟฟิศ ส่วนสมองชั้นล่างทำหน้าที่อารมณ์ดิบและปฏิกิริยาเอาตัวรอด เมื่อถูกกระตุ้นจนเกิดสิ่งที่นักจิตวิทยาเรียกว่า "อารมณ์ท่วมท้น" (emotional flooding) เด็กจะฟังเหตุผลอะไรไม่เข้าหูเลย เพราะสมองชั้นบนแทบจะ "ออฟไลน์" ไปแล้ว การที่คุณเอกก้มลงพูดเหตุผลและเสนอทางแก้ ก็เหมือนพยายามรันโปรแกรมบนคอมพิวเตอร์ที่ค้างอยู่ ไม่ใช่วิธีผิด แต่จังหวะผิด
ก่อนหน้านั้น จอห์น ก็อตต์แมน (John Gottman) นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน เสนอทฤษฎี "โค้ชอารมณ์" (Emotion Coaching) ไว้ในหนังสือ The Heart of Parenting ปี 1997 จากงานวิจัยติดตามระยะยาว พบว่าเด็กที่อารมณ์ถูกพ่อแม่รับฟัง เรียกชื่อ และเข้าอกเข้าใจ จะมีความสามารถในการควบคุมอารมณ์และคุณภาพความสัมพันธ์ที่ดีกว่าเด็กที่อารมณ์ถูกมองข้ามหรือถูกกดไว้อย่างชัดเจนเมื่อโตขึ้น เขาย้ำว่าบทบาทแรกของพ่อแม่ไม่ใช่คนเสนอทางแก้ แต่คือ "ล่ามแปลอารมณ์"
เรียนคอร์สบังคับ 7 คอร์สให้จบก่อน (ตอนนี้ 0/7) เพื่อปลดล็อกคอร์สผู้จัดการทั้งหมด
ไปเรียนคอร์สบังคับสมาชิกฟรีทำแบบทดสอบ คุยกับโค้ช AI ฟังบทความสะสมประวัติการเรียนรู้ สมัครรับ 100 พอยต์ทันที
สมัครฟรี