อย่าฝืนร่างกายทั้งวัน: เจ้าของธุรกิจต้องเรียนรู้จังหวะ "พักฟื้นระหว่างรบ" แบบนักกีฬา
ความเครียดไม่ใช่ศัตรู ความเครียดที่ไม่มีการฟื้นตัวต่างหากคือปัญหา บทเรียนนี้สอนให้เจ้าของธุรกิจออกแบบจังหวะพักฟื้นระยะสั้นในการทำงาน แบบเดียวกับนักกีฬาอาชีพ เพื่อไม่ให้ความเครียดสะสมจนอารมณ์ระเบิดและตัดสินใจผิดพลาด
คุณจาง ฉีหมิง เจ้าของธุรกิจชาวไต้หวัน บริหารโรงงานฉีดพลาสติกชิ้นส่วนยานยนต์ในนิคมอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ลูกค้าหลักคือค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นหลายเจ้า พอเข้าฤดูออร์เดอร์เยอะ วันของเขาจะเริ่มตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าด้วยการเดินตรวจไลน์ผลิตและประชุม ไปจนถึงสามทุ่มยังต้องจัดการกำหนดส่งมอบด่วนที่ลูกค้าขอเพิ่มกะทันหัน กินข้าวเที่ยงก็ยังตอบไลน์งานไปด้วย ช่วงบ่ายก็ยังต้องคุยตัวเลขกับฝ่ายควบคุมคุณภาพ เขามักบอกตัวเองว่า "อดทนอีกนิด วันนี้จบงานแล้วจะได้พัก"
ปัญหาคือ "จบงาน" แทบไม่เคยเกิดขึ้นจริง สัปดาห์ที่แล้วบ่ายสามโมง มีล็อตชิ้นส่วนที่ส่งออกไปถูกลูกค้าญี่ปุ่นตรวจพบอัตราของเสียเกินมาตรฐาน คุณจางระเบิดอารมณ์ใส่หัวหน้าฝ่าย QC กลางห้องประชุมจนตัวเองยังตกใจ เพราะไม่ใช่นิสัยปกติของเขา ที่แย่กว่านั้นคือ ตกกลางคืนวันเดียวกัน ตอนประชุมวิดีโอกับลูกค้าญี่ปุ่น สมองที่มึนตึ้บทำให้เขาปากไวรับปากกำหนดส่งมอบที่โรงงานทำไม่ทันจริง สุดท้ายต้องเหนื่อยตามแก้ปัญหาซ้ำอีกรอบ
คุณจางเข้าใจว่าปัญหาคือตัวเองใจไม่สู้ "คนอื่นยังทนไหว ทำไมเราทนไม่ไหว" แต่ความจริงคือ เขาใช้ชีวิตตัวเองเหมือนถนนไฮเวย์ที่ไม่มีจุดพักรถ เหยียบคันเร่งตั้งแต่เช้าจดค่ำ ไม่เคยมีจังหวะผ่อนความเร็วแม้แต่ครั้งเดียว
ทำไม
จิม โลห์ร (Jim Loehr) นักจิตวิทยาการกีฬาชาวอเมริกัน ร่วมกับโทนี่ ชวาร์ตซ์ (Tony Schwartz) นักเขียนสายธุรกิจ ตีพิมพ์หนังสือ The Power of Full Engagement ในปี 2003 เสนอมุมมองที่พลิกความเข้าใจเรื่องการบริหารเวลาแบบเดิม ทั้งสองศึกษานักเทนนิสอาชีพเป็นเวลานาน พบว่าความแตกต่างระหว่างนักกีฬาระดับโลกกับนักกีฬาทั่วไป ไม่ได้อยู่ที่ใครออกแรงในสนามมากกว่ากัน แต่อยู่ที่ช่วง 16-20 วินาทีตอน "เปลี่ยนแดน" ว่าใครฟื้นตัวได้สมบูรณ์กว่ากัน โลห์รและชวาร์ตซ์เรียกวงจร "ออกแรง-ฟื้นตัว-ออกแรงใหม่" นี้ว่า "oscillation" หรือ "จังหวะแกว่ง" และชี้ว่าความเครียดไม่ใช่ศัตรู ความเครียดที่ไม่มีการฟื้นตัวต่างหากคือตัวปัญหา ร่างกายมนุษย์ไม่ได้ต้องการไม่เหนื่อยเลย แต่ต้องการรู้จักปล่อยวางในจังหวะที่ถูกต้อง เหมือนนักกีฬามืออาชีพ
แนวคิดนี้มีรากฐานทางสรีรวิทยาที่ลึกกว่านั้น ฮันส์ เซลเย (Hans Selye) นักสรีรวิทยาชาวแคนาดาเชื้อสายฮังการี เสนอทฤษฎี "กลุ่มอาการปรับตัวทั่วไป" (General Adaptation Syndrome) ตั้งแต่ปี 1936 อธิบายว่าร่างกายเมื่อเผชิญความเครียดจะผ่าน 3 ระยะ คือ ระยะตื่นตัว (ร่างกายระดมพลังสู้), ระยะต้านทาน (คงระดับความตึงเครียดสูงไว้) และหากความเครียดไม่คลี่คลายโดยไม่มีช่วงฟื้นตัวเข้ามาแทรก ก็จะเข้าสู่ระยะหมดแรง (exhaustion) ซึ่งนี่คือความจริงทางสรีรวิทยาเบื้องหลังอาการระเบิดอารมณ์ของคุณจางในห้องประชุมบ่ายวันนั้น เงินสำรองในบัญชี "ระยะต้านทาน" ของเขาถูกใช้จนหมดโดยที่เขาเองไม่รู้ตัวว่ายอดคงเหลือติดลบแล้ว
เรียนคอร์สบังคับ 7 คอร์สให้จบก่อน (ตอนนี้ 0/7) เพื่อปลดล็อกคอร์สผู้จัดการทั้งหมด
ไปเรียนคอร์สบังคับสมาชิกฟรีทำแบบทดสอบ คุยกับโค้ช AI ฟังบทความสะสมประวัติการเรียนรู้ สมัครรับ 100 พอยต์ทันที
สมัครฟรี
ความคิดเห็น · 4 ความคิดเห็น