คอร์ส นอนดีตัดสินใจดี ตอนที่ 6/9 ตอน ดูสารบัญคอร์ส

อย่าฝืนร่างกายทั้งวัน: เจ้าของธุรกิจต้องเรียนรู้จังหวะ "พักฟื้นระหว่างรบ" แบบนักกีฬา

13/11/2025 205
≈7:00
อย่าฝืนร่างกายทั้งวัน: เจ้าของธุรกิจต้องเรียนรู้จังหวะ "พักฟื้นระหว่างรบ" แบบนักกีฬา
ภาพ/Photo by Russell Barrientos on Unsplash

ความเครียดไม่ใช่ศัตรู ความเครียดที่ไม่มีการฟื้นตัวต่างหากคือปัญหา บทเรียนนี้สอนให้เจ้าของธุรกิจออกแบบจังหวะพักฟื้นระยะสั้นในการทำงาน แบบเดียวกับนักกีฬาอาชีพ เพื่อไม่ให้ความเครียดสะสมจนอารมณ์ระเบิดและตัดสินใจผิดพลาด

คุณจาง ฉีหมิง เจ้าของธุรกิจชาวไต้หวัน บริหารโรงงานฉีดพลาสติกชิ้นส่วนยานยนต์ในนิคมอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ลูกค้าหลักคือค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นหลายเจ้า พอเข้าฤดูออร์เดอร์เยอะ วันของเขาจะเริ่มตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าด้วยการเดินตรวจไลน์ผลิตและประชุม ไปจนถึงสามทุ่มยังต้องจัดการกำหนดส่งมอบด่วนที่ลูกค้าขอเพิ่มกะทันหัน กินข้าวเที่ยงก็ยังตอบไลน์งานไปด้วย ช่วงบ่ายก็ยังต้องคุยตัวเลขกับฝ่ายควบคุมคุณภาพ เขามักบอกตัวเองว่า "อดทนอีกนิด วันนี้จบงานแล้วจะได้พัก"

ปัญหาคือ "จบงาน" แทบไม่เคยเกิดขึ้นจริง สัปดาห์ที่แล้วบ่ายสามโมง มีล็อตชิ้นส่วนที่ส่งออกไปถูกลูกค้าญี่ปุ่นตรวจพบอัตราของเสียเกินมาตรฐาน คุณจางระเบิดอารมณ์ใส่หัวหน้าฝ่าย QC กลางห้องประชุมจนตัวเองยังตกใจ เพราะไม่ใช่นิสัยปกติของเขา ที่แย่กว่านั้นคือ ตกกลางคืนวันเดียวกัน ตอนประชุมวิดีโอกับลูกค้าญี่ปุ่น สมองที่มึนตึ้บทำให้เขาปากไวรับปากกำหนดส่งมอบที่โรงงานทำไม่ทันจริง สุดท้ายต้องเหนื่อยตามแก้ปัญหาซ้ำอีกรอบ

คุณจางเข้าใจว่าปัญหาคือตัวเองใจไม่สู้ "คนอื่นยังทนไหว ทำไมเราทนไม่ไหว" แต่ความจริงคือ เขาใช้ชีวิตตัวเองเหมือนถนนไฮเวย์ที่ไม่มีจุดพักรถ เหยียบคันเร่งตั้งแต่เช้าจดค่ำ ไม่เคยมีจังหวะผ่อนความเร็วแม้แต่ครั้งเดียว

ทำไม

จิม โลห์ร (Jim Loehr) นักจิตวิทยาการกีฬาชาวอเมริกัน ร่วมกับโทนี่ ชวาร์ตซ์ (Tony Schwartz) นักเขียนสายธุรกิจ ตีพิมพ์หนังสือ The Power of Full Engagement ในปี 2003 เสนอมุมมองที่พลิกความเข้าใจเรื่องการบริหารเวลาแบบเดิม ทั้งสองศึกษานักเทนนิสอาชีพเป็นเวลานาน พบว่าความแตกต่างระหว่างนักกีฬาระดับโลกกับนักกีฬาทั่วไป ไม่ได้อยู่ที่ใครออกแรงในสนามมากกว่ากัน แต่อยู่ที่ช่วง 16-20 วินาทีตอน "เปลี่ยนแดน" ว่าใครฟื้นตัวได้สมบูรณ์กว่ากัน โลห์รและชวาร์ตซ์เรียกวงจร "ออกแรง-ฟื้นตัว-ออกแรงใหม่" นี้ว่า "oscillation" หรือ "จังหวะแกว่ง" และชี้ว่าความเครียดไม่ใช่ศัตรู ความเครียดที่ไม่มีการฟื้นตัวต่างหากคือตัวปัญหา ร่างกายมนุษย์ไม่ได้ต้องการไม่เหนื่อยเลย แต่ต้องการรู้จักปล่อยวางในจังหวะที่ถูกต้อง เหมือนนักกีฬามืออาชีพ

แนวคิดนี้มีรากฐานทางสรีรวิทยาที่ลึกกว่านั้น ฮันส์ เซลเย (Hans Selye) นักสรีรวิทยาชาวแคนาดาเชื้อสายฮังการี เสนอทฤษฎี "กลุ่มอาการปรับตัวทั่วไป" (General Adaptation Syndrome) ตั้งแต่ปี 1936 อธิบายว่าร่างกายเมื่อเผชิญความเครียดจะผ่าน 3 ระยะ คือ ระยะตื่นตัว (ร่างกายระดมพลังสู้), ระยะต้านทาน (คงระดับความตึงเครียดสูงไว้) และหากความเครียดไม่คลี่คลายโดยไม่มีช่วงฟื้นตัวเข้ามาแทรก ก็จะเข้าสู่ระยะหมดแรง (exhaustion) ซึ่งนี่คือความจริงทางสรีรวิทยาเบื้องหลังอาการระเบิดอารมณ์ของคุณจางในห้องประชุมบ่ายวันนั้น เงินสำรองในบัญชี "ระยะต้านทาน" ของเขาถูกใช้จนหมดโดยที่เขาเองไม่รู้ตัวว่ายอดคงเหลือติดลบแล้ว

เรียนคอร์สบังคับให้จบก่อน

เรียนคอร์สบังคับ 7 คอร์สให้จบก่อน (ตอนนี้ 0/7) เพื่อปลดล็อกคอร์สผู้จัดการทั้งหมด

ไปเรียนคอร์สบังคับ
ถาม AI: บทความนี้ใช้กับการบริหารของคุณอย่างไร?
เนื้อหาสร้างโดย AI จากบทความนี้ โปรดใช้วิจารณญาณในการพิจารณาความถูกต้อง

ความคิดเห็น · 4 ความคิดเห็น

น
น้องแอน
เรื่องนี้ของร้านเราด้วยค่ะ พนักงานล้วนเหนื่อย แต่บอกว่าต้องรอเปลี่ยนกะ ฉันแบบว่า "พักได้ไง พนักงานต่อกะต่อเนื่อง" อิอิ
08/07/2026 11:25
พ
พี่กบหัวหน้าฝ่ายจองห้อง
พี่ตูนครับ ที่เรา lodge ก็เหมือนกันครับ แต่พอให้พนักงานมีช่วงพักจริง ประสิทธิดีกว่า เลยลองจัดระบบใหม่ครับ
11/08/2026 06:56
น
น้องแอน
อยากลองแบบนี้ค่ะ แต่อยากรู้ว่าพอบอกเจ้านายว่างาน90นาทีต้องพักก่อนจะทำงานต่อ เขาจะว่าอะไร ตัวผมอยากทำแต่กลัวจะหม่นในตาเจ้านายค่ะ
19/04/2026 06:45
พ
พี่เจมส์ผู้จัดการโครงการ
ตอนนี้กำลังลองในโครงการค่ะ จัด 90 นาที = "ช่วงพักแท้" ให้ช่างพักจริง ผลแบบว่า... คนมีสติกว่าเยอะค่ะ
16/04/2026 18:45
ตอนถัดไป・นอนดีตัดสินใจดี สงครามเจ็ตแล็กของเจ้าของกิจการ: เมื่อธุรกิจข้ามพรมแดนต้องต่อรองกับนาฬิกาชีวภาพของตัวเอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อรักษาการเข้าสู่ระบบและภาษา และเก็บพฤติกรรมการใช้งานเพื่อปรับปรุงบริการ คุณเลือกเฉพาะที่จำเป็นได้ นโยบายความเป็นส่วนตัว